ทำไมใต้ตาคล้ำ ริ้วรอย และถุงใต้ตา ถึงเกิดไม่เหมือนกัน? เข้าใจปัญหาผิวรอบดวงตาก่อนเลือกวิธีดูแลอย่างตรงจุด

ทำไมใต้ตาคล้ำ ริ้วรอย และถุงใต้ตา ถึงเกิดไม่เหมือนกัน? เข้าใจปัญหาผิวรอบดวงตาก่อนเลือกวิธีดูแลอย่างตรงจุด

ดวงตาเป็นจุดที่สะท้อนความสดใสและความอ่อนเยาว์ได้ชัดเจนที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ผิวรอบดวงตาก็เป็นบริเวณที่บอบบางและเสื่อมสภาพได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นตีนกา ใต้ตาคล้ำ ร่องใต้ตา หรือถุงใต้ตา ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากทั้งโครงสร้างผิว พันธุกรรม และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละปัญหาจะช่วยให้เลือกวิธีดูแลและรักษาได้อย่างตรงจุด ปลอดภัย และเห็นผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติมากที่สุด

สารบัญ

ทำความเข้าใจโครงสร้างผิวรอบดวงตา

ดวงตาเป็นอวัยวะที่บอบบางและไวต่อการเสื่อมสภาพ เพื่อเข้าใจปัญหาผิวรอบดวงตาเรามาศึกษาเกี่ยวกับโครงสร้างผิวหนังและกล้ามเนื้อบริเวณรอบดวงตาที่เกี่ยวข้องในการทำงานเพื่อรู้สาเหตุของอาการ และเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพ

  1. ผิวหนังรอบดวงตา
    ผิวหนังเป็นส่วนที่บอบบาง และเสื่อมสภาพได้ง่าย เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นการทำงานของคอลลาเจน และอีลาสติน ลดลง ส่งผลให้ผิวขาดความหยืดหยุ่น และเกิดการหย่อนคล้อย ริ้วรอยรอบดวงตา และหนังตาตกได้
  2. กล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis Oculi)
    เป็นกล้ามเนื้อวงกลมล้อมรอบดวงตา ทำหน้าที่ควบคุมการหลับตาและกะพริบตา และยังช่วยดึงผิวรอบดวงตาให้ตึง การยิ้ม หรือหรี่ตา เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น การทำงานของกล้ามเนื้อค่อยๆ เสื่อมสภาพลง หรือกล้ามเนื้ออ่อนแรง ส่งผลให้เกิดริ้วรอย และความหย่อนคล้อยของผิวบริเวณรอบดวงตาได้
  3. เอ็นยึดเปลือกตาด้านข้าง (Lateral Canthal Tendon)
    เส้นเอ็นที่ยึดบริเวณหางตา (lateral canthal tendon) ทำหน้าที่ช่วยยกหางตา เมื่อร่างกายเกิดความเครียด อายุที่เพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการเสื่อมสภาพของเส้นเอ็นและทำให้เกิดความหย่อนคล้อย หางตาตก
  4. เนื้อเยื่อไขมันรอบดวงตา
    บริเวณรอบดวงตาจะมีเนื้อเยื่อไขมันที่ช่วยให้ตาดูเต็ม สดใส เป็นส่วนที่มีน้อย หรือหากมีมากอาจทำให้เกิดถุงใต้ตาและเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกิดการสูญเสียเนื้อเยื่อไขมันทำให้ผิวรอบดวงตาบางลง ตาดูยุบ และเกิดริ้วรอยรอบดวงตา
  5. เส้นเลือดรอบดวงตา
    เส้นเลือดบริเวณรอบดวงตามีทั้งเส้นเลือดแดง (Arteries) ที่คอยทำหน้าที่หล่อเลี้ยงเนื้อเยื่อรอบดวงตา และเส้นเลือดดำ (Veins) ที่ทำหน้าที่ระบายเลือดเป็นระบบไหลเวียนเลือดรอบดวงตา และเปลือกตา หากเกิดปัจจัยที่ส่งผลต่อเส้นเลือด เช่น อายุ พันธุกรรม อาการภูมิแพ้ การพักผ่อน ขาดน้ำ หรือสูบบุหรี่ สามารถทำให้เส้นเลือดบริเวณใต้ตาชัดเจนขึ้น ซึ่งจะทำให้เห็นเป็นรอยคล้ำใต้ตา
สาเหตุของปัญหา โครงสร้างผิวรอบดวงตา

ปัญหาผิวรอบดวงตาที่พบบ่อย

ปัญหาผิวรอบดวงตา มักพบได้ทั้งเปลือกตาบน-ล่าง โหนกแก้ม ขมับ หรือโคนจมูก โดยสามารถเกิดขึ้นได้หลากหลายสาเหตุ เนื่องจากผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นพื้นที่ที่มีผิวบาง มีต่อมไขมันน้อย ดังนั้น พฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันแต่ละวัน อายุที่เพิ่มมากขึ้น หรือแม้แต่พันธุกรรม ก็มักจะทำให้เกิดปัญหาผิวรอบดวงตาได้ โดยแบ่งออกมาได้ ดังนี้

ตีนกา (ริ้วรอยรอบดวงตา)

สาเหตุหลัก : ตีนกาเกิดจากการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ Orbicularis Oculi บริเวณรอบดวงตาบ่อยครั้ง จากการกระพริบตา หรี่ตา ยิ้ม หรือแสดงสีหน้าต่าง ๆ รวมถึงการเสื่อมสภาพของคอลลาเจน อีลาสติน และกรดไฮยาลูโรนิกใต้ชั้นผิวบริเวณรอบดวงตาจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น และรังสี UV

แนวทางการดูแลและรักษา

  • การดูแลด้วยตัวเอง ทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมในการต้านอนุมูลอิสระ และเพิ่มความชุ่มชื้นรอบดวงตาเพื่อให้ผิวบริเวณรอบดวงตาชุ่มชื้น และช่วยชะลอการเกิดริ้วรอยบนผิว รวมถึงครีมกันแดด เพื่อช่วยปกป้องแสง UV และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดตีนกาได้ง่าย เช่น การหรี่ตา ขยี้ตา การแสดงสีหน้าบ่อยครั้ง
  • การดูแลด้วยวิธีทางการแพทย์ การฉีดสารกลุ่ม Botulinum toxin เพื่อให้สารเข้าไปยับยั้งการทำงานของกล้ามเนื้อ ส่งผลให้ริ้วรอยลดน้อยลง หรือการฉีดสารกลุ่มเติมเต็ม เมโสใต้ตา เพื่อเติมให้ผิวดูเต็มขึ้น ริ้วรอยร่องลึกลดลง แนะนำ 6 วิธีลดรอยตีนกา
ตีนกา (ริ้วรอยรอบดวงตา)

ใต้ตาคล้ำ

สาเหตุหลัก : รอยคล้ำใต้ตาเกิดจากเส้นเลือดและการไหลเวียน เนื่องจากบริเวณเปลือกตาล่างมีลักษณะที่บาง และมีไขมันสะสมใต้ชั้นผิวหนังค่อนข้างน้อย หรือไม่มีเลย ดังนั้น รอยคล้ำบริเวณใต้ตาที่พบเป็นสีน้ำเงิน-ม่วงจึงเกิดจากเส้นเลือดฝอยใต้ตา รวมไปถึงการนอนหลับพักผ่อนไม่เต็มที่ อดนอน ส่งผลให้ระบบไหลเวียนเลือดไม่ดี เกิดการขยายของเส้นเลือดดำ และอีกหนึ่งสาเหตุหลักเกิดจากการสะสมของเม็ดสีใต้ดวงตาที่มากกว่าปกติ เกิดจากการอักเสบของผิวใต้ตา เช่นโรคภูมิแพ้ เป็นต้น

แนวทางการดูแลและรักษา

  • การดูแลด้วยตัวเอง ทาครีมบำรุงที่มีส่วนผสมในการต้านอนุมูลอิสระ หรือ Whitening เช่น วิตามิน A, C, E และ Peptide ช่วยให้ผิวบริเวณรอบดวงตาชุ่มชื้น และช่วยให้ผิวกระจ่างใสขึ้น รวมถึงครีมกันแดด เพื่อช่วยปกป้องแสง UV และหลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่จะทำให้เกิดใต้ตาคล้ำได้ง่าย เช่น ขยี้ตา พักผ่อนไม่เพียงพอ และสารที่ก่อให้เกิดภูมิแพ้ได้ง่าย
  • การดูแลด้วยวิธีทางการแพทย์ การฉีดสารกลุ่มเติมเต็ม เมโสใต้ตา เพื่อเติมให้ผิวดูเต็มและได้รับการฟื้นฟูผิวรอบดวงตาให้กระจ่างใสขึ้น และการทำเลเซอร์ เพื่อช่วยลดเม็ดสีเมลานินหรือเส้นเลือดฝอยบริเวณใต้ตา รวมไปถึงการทำทรีทเม้นต์บริเวณรอบดวงตา
ปัญหาผิวรอบดวงตา ใต้ตาคล้ำ

ร่องใต้ตา

สาเหตุหลัก : ร่องใต้ตาเกิดจากโครงสร้างใบหน้าจากกรรมพันธุ์ที่มีลักษณะเบ้าตาลึก โครงสร้างไม่รองรับ หรือไขมันบริเวณใต้ตาน้อยกว่าปกติจึงส่งผลต่อปริมาตรใต้ตา และเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นผิวบางลง ไขมันหายไป จากการสูญเสียคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้ผิวขาดความยืดหยุ่น ผิวหย่อนคล้อย โครงสร้างผิวเสียหาย ส่งผลให้เกิดร่องลึกบริเวณใต้ตา

แนวทางการดูแลและรักษา

  • การดูแลด้วยตัวเอง ทาครีมบำรุงหรือมาส์กสำหรับบริเวณรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ Peptides และ Hyaluronic acid เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา และฟื้นฟูให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูดีขึ้น รวมถึงพักผ่อน และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน
  • การดูแลด้วยวิธีทางการแพทย์ การฉีดสารกลุ่มเติมเต็ม เมโสใต้ตา หรือการเติมไขมันใต้ตา เพื่อช่วยเติมเต็ม และฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตา ให้ตาดูอิ่มฟู และอ่อนเยาว์ขึ้น
ปัญหาผิวรอบดวงตา ร่องใต้ตา

ถุงใต้ตา

สาเหตุหลัก : ถุงใต้ตาเกิดจากการสะสมของของเหลวใต้ตา เกิดได้หลากหลายสาเหตุ เช่น ความเครียด พักผ่อนไม่เพียงพอ ระบบไหลเวียน และการหย่อนคล้อยของเนื้อเยื่อรอบดวงตาที่เกิดจากกล้ามเนื้อรอบดวงตา (Orbicularis oculus) อ่อนแรงลง ทำให้ไม่สามารถพยุงไขมันไว้ได้

แนวทางการดูแลและรักษา

  • การดูแลด้วยตัวเอง ทาครีมบำรุงหรือมาส์กสำหรับบริเวณรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ Peptides และ Hyaluronic acid เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา และฟื้นฟูให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูดีขึ้น รวมถึงพักผ่อน และดื่มน้ำให้เพียงพอในแต่ละวัน หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความเครียดสะสม เพื่อให้ระบบไหลเวียนทำงานดีขึ้น
  • การดูแลด้วยวิธีทางการแพทย์ การฉีดสารกลุ่มเติมเต็ม เมโสใต้ตา เพื่อช่วยเติมเต็ม และฟื้นฟูผิวบริเวณรอบดวงตา ให้ตาดูอิ่มฟู และอ่อนเยาว์ขึ้น และการทำเครื่องยกกระชับ เพื่อสลายไขมัน และยกกระชับผิวบริเวณรอบดวงตา รวมไปถึงการผ่าตัดศัลยกรรมถุงใต้ตา การดูดไขมัน
ปัญหาผิวรอบดวงตา ถุงใต้ตา

หนังตาตก

สาเหตุหลัก: เกิดจากความหย่อนคล้อยของหนังตาบน หรือพันธุกรรม เนื่องจากอายุที่เพิ่มมากขึ้น กล้ามเนื้อตาเกิดการยืดตัว หย่อนคล้อย และพฤติกรรมที่ทำมายาวนาน เช่นการใส่คอนแทคเลนส์ ขยี้ตาบ่อยๆ เป็นต้น หรือกล้ามเนื้อที่ใช้ลืมตาทำงานผิดปกติ หรือการพัฒนาไม่สมบูรณ์ส่งผลให้ตาไม่เท่ากัน หนังตาตกลงมาบดบังการมองเห็น รวมไปถึงความผิดปกติของระบบประสาท เช่น โรคกล้ามเนื้ออ่อนแรง (Myasthenia Gravis)

แนวทางการดูแลและรักษา

  • การดูแลด้วยตัวเอง ทาครีมบำรุงหรือมาส์กสำหรับบริเวณรอบดวงตาที่มีส่วนผสมของ Peptides และ Hyaluronic acid เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับดวงตา และฟื้นฟูให้ผิวบริเวณรอบดวงตาดูดีขึ้น หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดความหย่อยคล้อยบริเวณรอบดวงตา เช่น การใส่คอนแทคเลนส์ ขยี้ตา เป็นต้น 
  • การดูแลด้วยวิธีทางการแพทย์ การฉีดสารกลุ่ม Botulinum toxin เพื่อยกกล้ามเนื้อบริเวณตาบน หรือเครื่องยกกระชับ เพื่อสลายไขมัน และยกกระชับผิวบริเวณรอบดวงตา และร้อยไหมยกหางตา ยกคิ้ว รวมไปถึงการผ่าตัดศัลยกรรมหนังตาบน ผ่าตัดดึงหน้า
ปัญหาผิวรอบดวงตา หนังตาตก

เลือกวิธีรักษาอย่างไรให้เหมาะกับปัญหาของคุณ

การดูแลปัญหารอบดวงตาสามารถทำได้ทั้ง การดูแลด้วยตนเอง และ การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ โดยการเลือกวิธีที่เหมาะสมควรเริ่มจากการพิจารณาลักษณะของปัญหารอบดวงตาเบื้องต้น เช่น สังเกตผิวบริเวณใต้ตามีลักษณะอย่างไร ไม่ว่าจะเป็น ใต้ตาคล้ำ ร่องลึก ริ้วรอย หรือปัญหาอื่น ๆ รวมไปถึงหากต้องการการดูแลที่ตรงจุดมากขึ้น แนะนำให้เข้าพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้แพทย์ประเมินสภาพผิวและวิเคราะห์สาเหตุของปัญหา พร้อมออกแบบแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล ซึ่งจะช่วยให้ได้ผลลัพธ์ที่ชัดเจน และมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

วิธีป้องกันปัญหาผิวรอบดวงตาในระยะยาวด้วยตนเอง

  1. ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิต
    • นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ: เพื่อช่วยให้ร่างกายได้ซ่อมแซมตัวเอง และผิวบริเวณรอบดวงตา
    • การดื่มน้ำให้เพียงพอ: เพื่อให้ร่างกายได้รับน้ำ และช่วยให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งเหี่ยวชะลอการเกิดริ้วรอยต่างๆ
    • ออกกำลังกาย: เพื่อช่วยให้กระตุ้นการไหลเวียนของเลือดเพิ่มออกซิเจนและสารอาหารให้แก่ผิว พร้อมลดอาการเครียด ทำให้ผิวแลดูกระจ่างใสขึ้น และการเกิดริ้วรอยรอบดวงตา
    • หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำร้ายผิวรอบดวงตา: พฤติกรรมการหรี่ตา กะพริบตาบ่อย ขยี้ตา และการใส่คอนแทคเลนส์ รวมถึงการแสดงสีหน้าบ่อย ๆ และการสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อไม่ให้สารพิษเข้าไปทำลายคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิว แล้วทำให้เกิดริ้วรอย
  2. การบำรุงด้วยครีม และมาส์กสำหรับดูแลรอบดวงตา ทาครีมหรือมาส์กที่มีส่วนผสมที่ช่วยในการบำรุง และฟื้นฟูผิวรอบดวงตา เช่นสารกลุ่มต้านอนุมูลอิสระ กรดไฮยาลูโรนิก, วิตามิน A, C, E และ Peptides เป็นต้นและทาครีมกันแดด เพื่อป้องกันแสง UV ที่เป็นสาเหตุที่ทำให้ผิวคล้ำ เกิดการสะสมของเม็ดสี และเกิดริ้วรอย
  3. ช่วยเรื่องระบบไหลเวียนรอบดวงตา การนวดผิวเบาๆ ประคบน้ำอุ่นบริเวณรอบดวงตาเพื่อช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดี และช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใต้ผิว ทำให้ผิวยืดหยุ่น และช่วยลดริ้วรอยรอบดวงตา
วิธีป้องกันปัญหาผิวรอบดวงตาในระยะยาวด้วยตนเอง

สรุป

ปัญหาผิวรอบดวงตา เกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวัน แสงแดด อายุ และพันธุกรรม ดังนั้น การดูแลและแก้ไขปัญหาบริเวณนี้ควรเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจ “ต้นเหตุของปัญหา” เพื่อการดูแลด้วยตนเอง และการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งสามารถทำควบคู่กันเพื่อเสริมประสิทธิภาพและช่วยดูแลผิวในระยะยาว ทั้งนี้ ควรเลือกวิธีการดูแลรักษาที่เหมาะสมกับสภาพผิว เลือกคลีนิกและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับมาตรฐาน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพและความปลอดภัยก่อนทำหัตถการทุกครั้ง

เรื่องล่าสุด
หลายคนอาจรู้จักไหมภูเขาในฐานะไหมยกกระชับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่เบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ไม่ได้เริ่มต้นจากการออกแบบรูปลักษณ์ของเส้นไหมเพียงอย่างเดียว หากเริ่มจากแนวคิดในการพัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของแพทย์และการยกกระชับในแต่ละเคส บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบไหมภูเขา ตั้งแต่แรงบันดาลใจ หลักการออกแบบ ไปจนถึงเหตุผลที่แต่ละองค์ประกอบของเส้นไหมถูกพัฒนาขึ้นมา…..
การร้อยไหมสามารถวางตำแหน่งเพื่อช่วยยกกระชับใบหน้าได้หลายบริเวณ โดยเลือกตามปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน เช่น แก้ม ร่องแก้ม แนวกราม หรือเหนียง ซึ่ง ไหมภูเขา เป็นหนึ่งในตัวเลือกของไหมยกกระชับที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในแต่ละตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้การวางแนวไหมและตำแหน่งการร้อยควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับใบหน้า…..
โครงสร้างของไหม Cog เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแรงยกกระชับ เพราะ Cog แต่ละรูปแบบมีลักษณะการยึดเกาะเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน เช่น Cutting Cog และ Molding Cog…..

Related Article

เชื่อว่าหลายคนที่ดูแลสุขภาพผิวคงมองหาวิตามินหรืออาหารเสริมมาเป็นตัวช่วยอย่างแน่นอน แต่คุณรู้หรือไม่ว่าวิตามินบางกลุ่มนั้นห้ามทานรวมกันอาจยับยั้งประสิทธิภาพของอีกตัวได้ การทานวิตามินเสริมจัดเป็นทางเลือกหนึ่งในการดูเเลสุขภาพผิวแต่การทานวิตามินที่ถูกต้องเเละได้ผลดีควรทานอย่างไร เเล้วคุณรู้หรือไม่ว่าวิตามินบางชนิดห้ามทานร่วมกัน มาค้นหาคำตอบไปพร้อมกันค่ะ…..
ปัญหาหน้าโทรมเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในปัจจุบัน โดยเฉพาะในคนวัยทำงานที่ต้องเผชิญกับความเครียด มลภาวะและการพักผ่อนไม่เพียงพอ ส่งผลให้ผิวหน้าดูหมองคล้ำ ขาดความสดใส เกิดริ้วรอยก่อนวัย ซึ่งปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วยการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและการรักษาที่เหมาะสม มาทำความเข้าใจกับสาเหตุและวิธีการแก้ไขปัญหาหน้าโทรมกันดีกว่า…..
การปรับรูปหน้าเป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมของคนไทยในปัจจุบัน เนื่องจากใบหน้าที่ได้สัดส่วนสวยงามช่วยเสริมบุคลิกภาพและความมั่นใจได้เป็นอย่างดี แต่หลายคนอาจกังวลเรื่องการผ่าตัดศัลยกรรม ปัจจุบันมีนวัตกรรมความงามมากมายที่ช่วยปรับโครงสร้างและรูปหน้าได้โดยไม่ต้องผ่าตัด ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ฟื้นตัวเร็ว และมีความปลอดภัยสูง มาทำความรู้จักกับวิธีปรับรูปหน้าแบบไม่ต้องผ่าตัดกัน…..