HI-RHINO

ไหมเงี่ยงที่ถูกออกแบบให้เหมาะสมกับการใช้เฉพาะบริเวณ

PNG hi-rhino n p1
Hi-Rhino ไหมจมูก “ไฮ ไรโน” นวัตกรรมไหมร้อยจมูก ปรับทรงจมูก ให้ดูคมชัด มีมิติ

Hi-Rhino

ไหมเงี่ยง ที่ออกแบบสำหรับการใช้งานบริเวณจมูก

K2-Hi-Rhino-img-w
img4_K2 Molding Cog

Large Thread

Hi-Rhino

เหมาะกับสภาพผิวแบบไหน

แพทย์เป็นผู้พิจารณาและวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล

Technical Application

Area to Treat

BA_final_hirhino1_INNO_IMG

Technical Application

การใช้งานขึ้นอยู่กับดุลยพินิจและเทคนิคของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ข้อปฏิบัติก่อน และหลังการร้อยไหม

ก่อนการร้อยไหม

หลังการร้อยไหม

ข้อห้ามและข้อควรระวัง ของการร้อยไหม

Hi-Rhino w-type img

Thread : Hi-Rhino

thread_hi_rhino_n

Needle : W-Type

Needle-W-type-hi-rhino_1
hi-rhino-W-type-n
Hi-Rhino L-type img

Thread: Hi-Rhino

K2 Hi-Rhino text

Needle: L-Type

Needle-L-type-hi-rhino
hi-rhino-L-type-n

ค้นหาคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์

PRODUCT INNOVATION BEAUTY

phukhao-thread-box-m

MOLDING COG

ไหมขึ้นรูปแบบ Molding cog

thread-box-m

6D SPIRAL COG

ไหมเงี่ยง 6D

thread-mono-box-m

MONO SPIRAL

ไหมเส้นเล็ก Mono Spiral

Article

การร้อยไหมเป็นหนึ่งในวิธีการยกกระชับใบหน้าที่ได้รับความนิยม เนื่องจากสามารถช่วยปรับรูปหน้าและเพิ่มความกระชับให้กับผิวได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่หลายคนอาจมีคำถามว่าร้อยไหมยี่ห้อไหนดี และควรเลือกไหมแบบใดจึงจะเหมาะกับตัวเอง เพราะไหมยกกระชับแต่ละแบรนด์มีความแตกต่างกัน ทั้งวัสดุของเส้นไหม รูปแบบของเงี่ยง (Cog) มาตรฐานการผลิต รวมถึงความเหมาะสมกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจปัจจัยสำคัญก่อนเลือกไหม เพื่อช่วยในการตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมมากขึ้น…..
ปัจจุบันนอกจากจะมีการร้อยไหมลงไปในชั้นผิวหนังแล้ว ยังมีหัตถการไหมน้ำอีกด้วย ซึ่งวิธีการและผลลัพธ์นั้นแตกต่างกัน เนื่องจากการร้อยไหมจะช่วยยกกระชับผิวที่หย่อนคล้อย ให้ดูเต่งตึงพร้อมเสริมคอลลาเจนให้กับผิว ส่วนไหมน้ำจะช่วยในเรื่องการเติมเต็ม ฟื้นฟูผิว ลดเลือนริ้วรอย ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์

ดังนั้นถ้าคุณอ่านมาถึงตรงนี้แล้วยังไม่ทราบว่าข้อดี-ข้อเสีย ของแต่ละหัตถการเป็นอย่างไร…..
แม้เทรนด์ความงามจะเปลี่ยนไปทุกปี แต่มีหัตถการหนึ่งที่ยังคงยืดระยะได้อย่างมั่นคงมากว่า 10 ปี นั่นคือ “การร้อยไหม” จากจุดเริ่มต้นของการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัด สู่การพัฒนาเทคนิค วัสดุ และมาตรฐานความปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ในปี 2026…..