หลุมสิวไม่ได้มีแบบเดียว? เช็กก่อนว่าคุณเป็นแบบไหน

หลุมสิวไม่ได้มีแบบเดียว? เช็กก่อนว่าคุณเป็นแบบไหน

ปัญหา “หลุมสิว” เป็นหนึ่งในเรื่องกวนใจที่หลายคนอยากกำจัดให้หาย เพราะต่อให้สิวหายแล้ว แต่รอยบุ๋ม ร่องลึก หรือผิวไม่เรียบก็ยังอยู่ให้เห็น ทำให้แต่งหน้าก็ไม่เนียน หลุมสิวเกิดได้หลายแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบตื้น แบบลึก หรือแบบที่มีพังผืดดึงผิวเอาไว้ แต่ละประเภทก็ต้องใช้วิธีดูแลที่แตกต่างกัน

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักสาเหตุของการเกิดหลุมสิว มีกี่ชนิด และวิธีรักษาหลุมสิวที่ได้ผลที่สุดในปี 2026 ที่ช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้งแบบเข้าใจง่ายที่สุด

สารบัญ

หลุมสิว คืออะไร?

หลุมสิว คือภาวะแทรกซ้อนไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นหลังจากการเกิดสิวอักเสบที่ทำให้โครงสร้างผิว และคอลลาเจนถูกทำลาย เป็นรอยบุ๋มยุบตัวลง ส่งผลให้เกิดเป็นผิวไม่เรียบเนียน ผิวเป็นคลื่น ซึ่งปัญหานี้จะไม่หายไปเองจึงต้องมีการรักษาที่ถูกต้อง และปลอดภัย

สาเหตุที่ทำให้เกิด หลุมสิว

สาเหตุที่ทำให้เกิด หลุมสิว

  1. สิวที่มีการอักเสบรุนแรง : มักจะเป็นสาเหตุหลักที่พบมากที่สุด เกิดจากการที่ร่างกายตอบสนองต่อการอักเสบที่มากเกินไปส่งผลต่อการทำลายคอลลาเจนที่เป็นองค์ประกอบหลักของโครงสร้างผิว
  2. พันธุกรรม : พันธุกรรมที่แตกต่างกันก็อาจส่งผลต่อประเภทของผิว การฟื้นฟูตัวเองที่ช้า และอาจส่งผลต่อการเกิดแผลได้ง่าย
  3. แผลไหม้ : โดยเฉพาะแผลไหม้ตั้งแต่ระดับ 2-3 ขึ้นไปสามารถสร้างความเสียหายรุนแรงต่อชั้นผิวที่ลึกลงไปมาก และอาจนำไปสู่การฝ่อตัวของชั้นผิวเกิดเป็นแผลเป็นที่มีลักษณะเป็นบุ๋มหรือยุบตัวได้
  4. การศัลยกรรมทางความงาม : ในบางครั้งการศัลยกรรมหรือหัตถการทางความงามก็อาจก่อให้เกิดแผลเป็นที่มีลักษณธฝ่อตัวได้ จากการที่เกิดการขัดขวางกระบวนการฟื้นฟูตัวเองหรือการสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวไม่สมดุล อาจส่งผลต่อประสิทธิภาพในการฟื้นฟูบาดแผลของร่างกายได้
ประเภทของ หลุมสิว มีกี่แบบ

ประเภทของหลุมสิวมีกี่แบบ

ประเภทของหลุมสิวสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท ดังนี้

  1. Ice Pick Scars มีลักษณะรอยแผลที่ลึกรูปร่างเป็นทรง V บริเวณปากแผลจะเป็นขอบแคบ ไม่เรียบ มักจะมีความลึกของแผลจะน้อยกว่า 2 มม. จะเป็นรอยแผลเป็นที่มักพบได้บ่อยคิดเป็น 60% – 70% และยังเป็นแผลเป็นที่รักษาได้ยากเนื่องจากมีความลึกและรอยแผลที่แคบ
  2. Boxcar Scars มีลักษณะรอยแผลเป็นที่เหมือนกล่องทรง U มีขอบคมชัด มีความกว้างของแผลมากประมาณ 1.5 มม. – 4 มม. และที่ก้นแผลจะแบนราบ ตื้น มีความลึกประมาณ 0.1 มม. – 0.5 มม.
  3. Rolling Scars มีลักษณะรอยแผลเป็นคลื่น ไม่เรียบเนียน เกิดจากการยึดเกาะของเส้นใยพังผืดภายในชั้นใต้ผิวหนัง มักจะขนาดความกว้างประมาณ 4 มม. – 5 มม.

วิธีรักษาหลุมสิวปี 2026

1. การรักษาด้วยการตัดพังผืด (Subcision)

การรักษา หลุมสิว ด้วยการตัดพังผืด (Subcision)

เป็นเทคนิคที่มีการใช้มาอย่างยาวนานในการรักษาหลุมสิวแบบฝ่อ แบบยุบ เน้นที่การจัดการกับพังผืดที่ดึงรั้งอยู่ใต้ชั้นผิวโดยการใช้เข็ม Needle หรือ Cannula สอดลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อตัดเส้นใยพังผืดที่เกาะระหว่างชั้นผิวให้ขาดออก ผิวด้านบนก็จะคืนตัว ในปัจจุบันอาจมีการเสริมเข้าการปล่อยตัวยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา และฟื้นฟู

2. TCA cross สำหรับหลุมสิวลึก

TCA cross สำหรับ หลุมสิวลึก

เป็นเทคนิคที่ฟื้นฟูรอยแผลเป็นด้วยสารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นกรดซึ่งที่นิยมนำมาใช้กันก็คือ กรดไตรคลอโรอะซีติก (Trichloroacetic Acid – TCA) ที่ความเข้มข้น 70% – 100% เพื่อให้เกิดการลอกของผิว ทำให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ กระตุ้นสร้างคอลลาเจน โดยเฉพาะแผลเป็นจากสิวที่มีลักษณะเป็นหลุมลึก

3. รักษาหลุมสิวด้วย เลเซอร์ (Laser)

รักษา หลุมสิว ด้วยเลเซอร์ (Laser)

เป็นเทคนิคที่อาศัยพลังงานความร้อนของแสงเลเซอร์ยิงลงไปที่ผิวเพื่อให้เกิดฟื้นฟู กระตุ้น และปรับปรุงพื้นผิวให้กลับมาเรียบเนียน แต่การใช้ เลเซอร์ ก็จำเป็นต้องเลือกให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลเพราะมีปัจจุยในเรื่องของความเข้มข้นของแต่ละชนิดของพลังงานเลเซอร์ที่ปล่อยออกมา รวมถึงสีผิวของผู้ป่วยที่จะรับการรักษาก็ต้องเลือกใช้ค่าพลังงานให้เหมาะสมเพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง

4. สารเติมเต็ม (Filler) และสารกระตุ้นสร้างคอลลาเจน (Biostimulator)

สารเติมเต็ม (Filler) และสารกระตุ้นสร้างคอลลาเจน (Biostimulator)

เป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ได้รับความนิยมมากโดยที่ในปัจจุบันมักจะใช้สารที่จะอยู่แบบชั่วคราว (ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 18 เดือน เช่น Hyaluronic acid [HA] ที่จะให้ผลในการค้ำจุนโครงสร้างของผิวให้เต่งตึงและเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว) และอีกรูปแบบนึงที่ถูกพัฒนาขึ้นมาคือแบบกึ่งถาวรหรือแบบที่มีการใช้สารกลุ่ม Biostimulator (ผลลัพธ์อยู่ได้ประมาณ 2 ปี เช่น Poly-L-Lactic Acid [PLLA], Polydioxanone [PDO], Poly-D,L-Lactic Acid [PDLLA], Polycaprolactone [PCL] และ Calcium hydroxyapatite [CaHA] โดยที่สารเหล่านี้มีความสามารถในการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนเสริมขึ้นมาช่วยให้ประสิทธิภาพในการฟื้นฟูเพิ่มมากขึ้น)

วิธีเลือกรักษา หลุมสิว ให้เหมาะกับสภาพผิว

  1. Ice Pick Scars
    การรักษา Ice pick scars มักใช้สารที่มีฤทธิ์เป็นกรดในการลอกผิวเติมเข้าไปในหลุมที่มีความลึกเพื่อให้ตื้นขึ้น และเกิดกระตุ้นเซลล์ให้เกิดการสร้างเซลล์ผิวใหม่ และสร้างคอลลาเจน หรืออาจใช้สารเติมเต็มในการเติมลงไปใต้ชั้นผิวเพื่อให้กลับมาเรียบเนียนโดยถ้าเป็นกลุ่มที่มี Biostimulator ด้วยก็จะเสริมประสิทธิภาพในการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนเพิ่มขึ้น
  2. Boxcar Scars
    การรักษา Boxcar Scars มักจะเริ่มการรักาด้วยหัตถการประเภท เลเซอร์ เพื่อให้เกิดการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว หรือใช้การตัดพังผืดใต้ผิวหนัง (Subcision) เพื่อไม่ให้มาดึงรั้งผิวชั้นบนทำให้หลุมสิวตื้นขึ้น และอาจฉีดสารเติมเต็มเข้าไปเพื่อพยุงโครงสร้าง และกระตุ้นสร้างคอลลาเจน
  3. Rolling Scars
    การรักษา Rolling Scars มักจะใช้หลากหลายวิธีทำควบคู่กันเพราะหลุมสิวประเภทนี้มีความลึก และความกว้างกว่าหลุมสิวปกติ อาจใช้วิธีการยิงเลเซอร์ควบคู่กับตัดพังผืด เพื่อให้เกิดการสร้างเนื้อเยื่อใหม่ หรือการตัดเนื้อเยื่อพังผืดควบคู่กับการฉีดสารเติมเต็มเพื่อเสริมผลลัพธ์ในการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนให้ดีมากขึ้น และได้ผลการรักษาเป็นวงกว้าง

สรุป

หลุมสิว คือภาวะแทรกซ้อนทางผิวหนังที่เป็นแบบถาวรโดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ Ice Pick Scars, Boxcar Scars และ Rolling Scars ซึ่งมีความลึก และรูปแบบของการเกิดที่แตกต่างกันจึงต้องเลือกการรักษาที่เหมาะสม โดยที่ปัจจุบันมีเทคโนโลยีที่ใช้ในการรักษาหลุมสิวอยู่มากมาย จึงควรปรึกษาพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง มีประสิทธิภาพ และมีความปลอดภัย

เรื่องล่าสุด
หลายคนอาจรู้จักไหมภูเขาในฐานะไหมยกกระชับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว แต่เบื้องหลังของผลิตภัณฑ์ไม่ได้เริ่มต้นจากการออกแบบรูปลักษณ์ของเส้นไหมเพียงอย่างเดียว หากเริ่มจากแนวคิดในการพัฒนาเพื่อให้ตอบโจทย์การใช้งานของแพทย์และการยกกระชับในแต่ละเคส บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบไหมภูเขา ตั้งแต่แรงบันดาลใจ หลักการออกแบบ ไปจนถึงเหตุผลที่แต่ละองค์ประกอบของเส้นไหมถูกพัฒนาขึ้นมา…..
การร้อยไหมสามารถวางตำแหน่งเพื่อช่วยยกกระชับใบหน้าได้หลายบริเวณ โดยเลือกตามปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละคน เช่น แก้ม ร่องแก้ม แนวกราม หรือเหนียง ซึ่ง ไหมภูเขา เป็นหนึ่งในตัวเลือกของไหมยกกระชับที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในแต่ละตำแหน่งได้อย่างเหมาะสม ทั้งนี้การวางแนวไหมและตำแหน่งการร้อยควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่เหมาะกับใบหน้า…..
โครงสร้างของไหม Cog เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อแรงยกกระชับ เพราะ Cog แต่ละรูปแบบมีลักษณะการยึดเกาะเนื้อเยื่อที่แตกต่างกัน เช่น Cutting Cog และ Molding Cog…..

Related Article

สิวอาจหายได้ แต่ “รอยดำ รอยแดง” มักทิ้งร่องรอยไว้นานกว่าที่คิด ในทางการแพทย์ รอยเหล่านี้แบ่งเป็น PIH (รอยดำจากเม็ดสี) และ PIE (รอยแดงจากเส้นเลือดฝอย)…..
สิว ไม่ใช่เรื่องเล็กแต่ละประเภทมีสาเหตุ และวิธีรักษาที่ต่างกัน การเข้าใจว่ากำลังเผชิญกับสิวแบบไหน จะช่วยให้เลือกวิธีดูแล และรักษาได้ตรงจุด ลดความเสี่ยงรอยแผลเป็น และช่วยให้ผิวกลับมาเรียบเนียนอย่างปลอดภัย บทความนี้จะพาคุณไปรู้จัก สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวตุ่มหนอง…..

ริ้วรอยร่องลึก เป็นหนึ่งในสัญญาณผิวที่หลายคนกังวล เพราะทำให้ใบหน้าดูเหนื่อยล้าและแก่กว่าวัย ปัจจุบันมีหัตถการหลายชนิดที่ช่วยลดเลือนร่องลึกได้อย่างมีประสิทธิภาพ

บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักตัวช่วยยอดฮิต พร้อมเปรียบเทียบข้อดีของแต่ละวิธี เพื่อให้เลือกได้ตรงจุดที่สุด

…..