Collagen Biostimulator คือการฟื้นฟูแบบไหน?
Collagen Biostimulator คือการฟื้นฟูผิวระดับโครงสร้าง (Skin Regeneration) โดยการฉีดเข้าไปในชั้นผิว เพื่อกระตุ้นให้ร่างกายเกิดการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินขึ้นใหม่เองตามธรรมชาติ ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวบาง หรือริ้วรอย ให้กลับมาแน่น อิ่มฟู กระชับ เรียบเนียน อ่อนเยาว์ การฉีด Collagen Biostimulator นิยมฉีดบริเวณผิวชั้นลึก เพื่อยกกระชับโครงหน้าและปรับสภาพผิวให้เต่งตึงในระยะยาว และผลลัพธ์คงอยู่ยาวนาน 1-2 ปี
จุดเด่นและลักษณะของการฟื้นฟูด้วย Collagen Biostimulator
- ฟื้นฟูจากภายในสู่ภายนอก : ไม่ใช่การฉีดเติมเต็ม (Filler) เข้าไปทันที แต่เป็นการกระตุ้นเซลล์ให้สร้างคอลลาเจนใหม่
- ผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ : ผิวจะค่อย ๆ แน่น กระชับขึ้นจากการสร้างคอลลาเจนใหม่ของตัวเอง
- แก้ไขปัญหาผิวเสื่อมสภาพ : เหมาะสำหรับผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่เริ่มสูญเสียคอลลาเจน ผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอยเล็ก ๆ หรือรูขุมขนกว้าง
- ยืดอายุผิว : ช่วยย้อนวัยผิวและคงคุณภาพผิวที่ดีได้ยาวนาน โดยตัวยาจะสลายตัวไปเอง
- ตัวอย่างสารที่ใช้ เช่น PLLA (Poly-L-Lactic Acid), PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid), PCL (Polycaprolactone), PDO (Polydioxanone) และ CaHA (Calcium Hydroxylapatite)

กลุ่มอายุที่เหมาะกับ Collagen Biostimulator
Collagen Biostimulator เหมาะที่สุดสำหรับผู้ที่มีอายุ 25-30 ปีขึ้นไป จนถึงวัยผู้ใหญ่ที่ต้องการชะลอวัย เป็นช่วงที่ร่างกายเริ่มผลิตคอลลาเจนลดลง ผิวเริ่มหย่อนคล้อย ขาดความยืดหยุ่น มีริ้วรอยเล็ก ๆ หรือต้องการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมาอิ่มฟู แน่นกระชับ และดูอ่อนเยาว์ในระยะยาว
กลุ่มอายุและปัญหาผิวที่เหมาะสม
- อายุ 25 ปีขึ้นไป (Young/Pre-rejuvenation) เหมาะสำหรับป้องกันผิวเสื่อมสภาพ คงความอ่อนเยาว์ แก้ปัญหาผิวแห้ง และรูขุมขนกว้าง
- อายุ 30-40 ปีขึ้นไป (Aging/ Rejuvenation) เหมาะสำหรับแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย ร่องลึก หน้าตอบ แก้มตอบ ขมับตอบ และต้องการปรับกรอบหน้าให้ชัดเจน
ทำไมถึงเหมาะกับช่วงวัยนี้
- ช่วงอายุ 25+ คอลลาเจนลดลง ร่างกายผลิตคอลลาเจนเองได้น้อยลง แต่การสลายตัวเท่าเดิม
- ฟื้นฟูผิวระยะยาว ผลลัพธ์จากการกระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติสามารถอยู่ได้นานถึง 2 ปี
- แก้ไขปัญหาผิวลึก ช่วยสร้างเนื้อเยื่อใหม่ ซ่อมแซมผิวจากภายใน
โดยสรุปคือ Collagen Biostimulator คือตัวช่วยกระตุ้นคอลลาเจนที่เหมาะกับคนที่เริ่มมีสัญญาณความเสื่อมของผิว เพื่อให้ผิวแน่นกระชับและยืดอายุผิวให้เด็กลง

สัญญาณผิวแบบไหนที่บ่งบอกว่าเหมาะกับ Collagen Biostimulator
การที่ปัญหาผิวจะเกิดขึ้นมักจะเริ่มจากสัญญาณผิวหรืออาการที่แสดงออกมาให้เห็นได้ชัด จึงช่วยให้เราสามารถรู้ได้ก่อนว่าควรจะรักษาด้วยวิธีใด ซึ่งสัญญาณผิวที่เหมาะกับการรักษาด้วย Collagen Biostimulator มีดังนี้
สัญญาณผิวที่บอกว่าควรทำ Collagen Biostimulator
- ผิวหย่อนคล้อยและเสียความกระชับ แนวกรามไม่ชัด แก้มเริ่มหย่อนคล้อย หรือมีร่องน้ำหมาก ซึ่งต้องการการยกกระชับโครงสร้างผิว
- ใบหน้าตอบ ขาดวอลลุ่ม ผิวบริเวณขมับ แก้ม หรือใต้ตาดูตอบลึก ดูโทรม แม้จะไม่ได้มีร่องลึกระดับที่ต้องใช้ฟิลเลอร์ปริมาณมาก
- รูขุมขนกว้างและหลุมสิว ผิวหนังไม่เรียบเนียน ต้องการกระตุ้นและการซ่อมแซมโครงสร้างผิวชั้นลึก
- ผิวบางและแห้งกร้าน ผิวที่ขาดความแน่น ไม่เฟิร์ม ไม่ยืดหยุ่นจากการสูญเสียคอลลาเจนตามวัย
- ต้องการผลลัพธ์เป็นธรรมชาติ ผู้ที่ต้องการย้อนวัยผิวให้ดูเด็กขึ้นโดยไม่ดูแข็งหรือเหมือนทำหัตถการมามากเกินไป
- ทำเครื่องยกกระชับแล้วไม่นานก็หย่อนอีก ต้องการผลลัพธ์ที่ยาวนานขึ้นจากการสร้างคอลลาเจนของตัวเอง
ใครบ้างที่เหมาะกับ Collagen Biostimulator?
Collagen Biostimulator เหมาะกับผู้ที่มีอายุ 25-30 ปีขึ้นไป ที่เริ่มประสบปัญหาผิวหย่อนคล้อย ผิวบาง ขาดความกระชับ มีริ้วรอยร่องลึก หรือต้องการเติมเต็มวอลลุ่มบริเวณขมับและแก้มตอบ โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้เรียบเนียนอิ่มฟูจากภายในสู่ภายนอก ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และต้องการผลลัพธ์ในระยะยาว กลุ่มคนที่เหมาะกับ Collagen Biostimulator ได้แก่
- ผู้ที่อายุ 25-30 ปีขึ้นไป เริ่มสูญเสียคอลลาเจนตามธรรมชาติ ทำให้ผิวเริ่มย้วย ไม่เฟิร์ม
- ผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อยและริ้วรอย ต้องการยกกระชับผิวหน้า ลดริ้วรอยตื้นและร่องลึก
- ผู้ที่มีผิวแห้งกร้าน รูขุมขนกว้าง ต้องการกระชับรูขุมขนและเพิ่มความชุ่มชื้น ให้ผิวหน้าดูอิ่มฟูฉ่ำวาว
- ผู้ที่มีปัญหาหน้าตอบ แก้มตอบ ต้องการเติมเต็ม (Volume) ให้ใบหน้าดูเต็มและได้สัดส่วนมากขึ้น
- ผู้ที่ต้องการผลลัพธ์แบบธรรมชาติและยั่งยืน ไม่ใช่การเปลี่ยนแปลงแบบฉับพลัน แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง
- ผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวหลังการรักษา เช่น หลังทำศัลยกรรม หรือเพิ่มประสิทธิภาพหลังจากทำเครื่องยกกระชับ เช่น Hifu, Ulthera, Thermage
- ผู้ที่มีปัญหารอยสิว หลุมสิว ช่วยกระตุ้นผิวให้เรียบเนียนขึ้น

1. คนที่มีปัญหาผิวฝ่อ ขาดความยืดหยุ่น
คนที่มีปัญหาผิวฝ่อ ขาดความยืดหยุ่น หย่อนคล้อย และริ้วรอยร่องลึก เกิดจากคอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพตามอายุที่เพิ่มขึ้น 25+ ปี แสงแดด มลภาวะ และการดูแลที่ไม่เพียงพอ แก้ไขได้ด้วยการเติมความชุ่มชื้น บำรุงด้วยสกินแคร์ที่กระตุ้นคอลลาเจน ทาครีมกันแดด พักผ่อนให้เพียงพอ และทำหัตถการยกกระชับ เช่น Collagen Biostimulator, HIFU, Filler หรือร้อยไหม
ลักษณะและสัญญาณของผิวฝ่อ ขาดความยืดหยุ่น
- ผิวหย่อนคล้อย แก้มห้อยย้อย หนังตาตก แนวกรามไม่คมชัด มีเหนียงใต้คาง
- มีริ้วรอยร่องลึก ร่องแก้มชัดเจน ร่องน้ำหมาก รอยย่นหน้าผาก
- ผิวหน้าไม่อิ่มฟู ผิวบาง มองเห็นเส้นเลือดฝอยชัดเจน หน้าแลดูเหี่ยวแห้งไม่เต่งตึง
- ผิวไม่ดีดกลับ ผิวมีความหนืดน้อยลง สัมผัสแล้วรู้สึกไม่กระชับ
สาเหตุหลักของผิวฝ่อและขาดความยืดหยุ่น
- อายุที่มากขึ้น (Aging) หลังอายุ 25 ปี คอลลาเจนลดลงประมาณ 1% ต่อปี และลดลงอย่างมากเมื่ออายุ 50 ปีขึ้นไป
- รังสียูวี (UV Rays) แสงแดดทำลายคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวหย่อนคล้อยเร็วกว่าวัย
- การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน โดยเฉพาะผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน (Estrogen ลดลง)
- พฤติกรรมการใช้ชีวิต พักผ่อนน้อย สูบบุหรี่ ดื่มแอลกอฮอล์ ความเครียด และการดื่มน้ำน้อย
วิธีการแก้ไขและดูแลปัญหาผิวฝ่อ ผิวบาง
- สกินแคร์บำรุง เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ ไฮยาลูรอน, คอลลาเจน, เปปไทด์, เรตินอล, หรือวิตามินซี
- ปกป้องผิวทาครีมกันแดด SPF 50+ PA++++ เป็นประจำทุกวันเพื่อป้องกันการเสื่อมของคอลลาเจน
- การดูแลจากภายใน ดื่มน้ำวันละ 8-10 แก้ว และรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ
- หัตถการทางการแพทย์
- กลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน เช่น Collagen Biostimulator, เครื่องยกกระชับผิว
- กลุ่มเติมเต็ม ฉีด Filler บริเวณที่ผิวยุบตัว เช่น แก้มส้ม, ขมับ
- กลุ่มดึงกระชับ ร้อยไหม (Thread Lift) หรือดึงหน้า (Facelift)
2. คนที่ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติและยาวนาน
การปรับรูปหน้าให้ดูเป็นธรรมชาติและผลลัพธ์ยาวนาน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการแก้ปัญหาริ้วรอยร่องลึก ผิวหย่อนคล้อย และโครงสร้างใบหน้าโทรม โดยนิยมใช้หัตถการกลุ่มกระตุ้นคอลลาเจน(Collagen Stimulator) เช่น PLLA ที่ให้ผลลัพธ์เนียนกลืนไปกับผิวและอยู่ได้นานกว่าฟิลเลอร์ทั่วไป และออกฤทธิ์ในระยะยาวโดยกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ซึ่งเป็นเซลล์ต้นกำเนิดในการสร้างเส้นใยคอลลาเจนใหม่ได้ยาวนานถึง 2 ปี ส่งผลให้ผิวมีการฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้มีความยืดหยุ่น แข็งแรง ลดเลือนริ้วรอยให้ดูเรียบเนียบ กระจ่างใสอย่างเป็นธรรมชาติ
3. คนที่เริ่มมีความหย่อนคล้อยระดับเล็กถึงปานกลาง
ผิวที่เริ่มหย่อนคล้อยระดับเล็กถึงปานกลาง ช่วงอายุประมาณ 25-55 ปี มักมีลักษณะริ้วรอยตื้น กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเจน หรือแก้มเริ่มห้อย เกิดจากการขาดคอลลาเจนและอีลาสติน ผิวบางลง และแรงโน้มถ่วง
ลักษณะผิวหย่อนคล้อยระดับเล็ก-ปานกลาง
- ระดับ 1 (เล็กน้อย 25-40 ปี) ริ้วรอยตื้น ผิวเริ่มขาดความยืดหยุ่น กรอบหน้ายังชัดเจนอยู่
- ระดับ 2 (ปานกลาง 40-55 ปี) ร่องลึกชัดเจนขึ้น (ร่องแก้ม, ร่องน้ำหมาก) กรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเจน กลายเป็น U-Shape
- อายุที่เพิ่มขึ้น คอลลาเจนและอีลาสตินผลิตน้อยลง
- แสงแดด รังสียูวีทำลายคอลลาเจน
- พฤติกรรม พักผ่อนน้อย, สูบบุหรี่, ความเครียด, การลดน้ำหนักเร็วเกินไป
- การปรับพฤติกรรมสำหรับระดับเริ่มต้น ทาครีมกันแดดเป็นประจำ ทาครีมบำรุงที่เน้น Collagen/Retinol พักผ่อนให้เพียงพอ ออกกำลังกายบริหารใบหน้า
- หัตถการทางการแพทย์สำหรับระดับปานกลาง
- ยกกระชับด้วยคลื่นเสียง/ความร้อน (Non-Invasive) เช่น HIFU, Ulthera, Thermage ช่วยยกกระชับผิวและกระตุ้นคอลลาเจน
- ฉีดสารกระตุ้นคอลลาเจน/ปรับรูปหน้า Biostimulator, Filler, Botox ช่วยเติมเต็มร่องลึกและปรับโครงหน้า
- ไหมยกกระชับ ร้อยไหม เพื่อดึงผิวที่หย่อนคล้อยให้กระชับขึ้น
ควรรีบรักษาและป้องกันก่อนที่ความหย่อนคล้อยจะกลายเป็นระดับรุนแรง ซึ่งจะแก้ไขได้ยากขึ้นและใช้เวลานานขึ้น
4. คนที่กังวลเรื่องริ้วรอยเล็ก ๆ และรูขุมขนกว้าง
หนึ่งในปัญหาที่ทำให้หน้าดูแก่ก่อนวัยมักเริ่มจากริ้วรอยเล็ก ๆ ผิวหน้าที่ดูโทรม รูขุมขนที่ขยายตัวกว้างขึ้น การดูแลผิวที่มีปัญหาริ้วรอยเล็ก ๆ และรูขุมขนกว้าง เน้นการเพิ่มความชุ่มชื้น การผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยน และกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน
แนวทางการดูแลริ้วรอยเล็ก ๆ และรูขุมขนกว้าง
- หลักการดูแลผิวทั่วไป
- ทำความสะอาด ล้างหน้าด้วยผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวแห้งตึง
- บำรุงผิว โดยใช้สกินแคร์ที่มีส่วนผสมของ Niacinamide (Vitamin B3) เพื่อควบคุมความมันและกระชับรูขุมขน
- ลดริ้วรอย โดยใช้ Retinol (Vitamin A) ในตอนกลางคืนเพื่อกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและเร่งผลัดเซลล์ผิว
- ปกป้องผิว โดยทาครีมกันแดด SPF 50+ เป็นประจำทุกวัน เพราะแสงแดดเป็นตัวการทำลายคอลลาเจน ทำให้รูขุมขนกว้างขึ้นและริ้วรอยเพิ่มขึ้น
- ปรับพฤติกรรม
- การพักผ่อน นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อซ่อมแซมผิว
- โภชนาการ ดื่มน้ำมาก ๆ และลดอาหารหวานจัด ของมัน ซึ่งส่งผลต่อการผลิตน้ำมันใต้ผิว
- หัตถการทางการแพทย์
- เครื่องมือ Laser / คลื่นวิทยุ เช่น Pico Horus, HIFU, Reskin MFR เพื่อกระตุ้นคอลลาเจน ยกกระชับผิว ลดเลือนริ้วรอย กระชับรูขุมขน ปรับผิวให้เรียบเนียน
- หัตถการฉีดผิว เช่น โปรแกรม PLLA hybrid collagen Biostimulator เพื่อผิวอิ่มฟูและกระชับรูขุมขน
ใครบ้างที่อาจยังไม่เหมาะกับ Collagen Biostimulator
Collagen Biostimulator หรือสารกระตุ้นคอลลาเจน เป็นหัตถการที่ออกแบบมาเพื่อฟื้นฟูผิวจากภายในสู่ภายนอก โดยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติ ทำให้เหมาะกับผู้ที่มีปัญหาผิวหลากหลาย แต่ก็มีกลุ่มที่ควรหลีกเลี่ยงหรือปรึกษาแพทย์อย่างละเอียดก่อนทำหัตถการ ดังนี้
- สตรีมีครรภ์หรือให้นมบุตร ยังไม่มีการศึกษาความปลอดภัยที่เพียงพอ
- ภาวะผิวหนังไม่พร้อม เช่น มีการติดเชื้อ, อักเสบ, หรือเป็นสิวอักเสบรุนแรงในบริเวณที่จะฉีด
- โรคประจำตัวบางชนิด เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (Autoimmune/SLE), โรคเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้, โรคเริม, โรคทางระบบประสาทที่รับรู้สัมผัสผิดปกติ
- การใช้ยาบางประเภท เช่น ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือด, ยากลุ่ม NSAIDs อย่าง แอสไพรินและไอบูโพรเฟน เป็นเวลานาน ๆ หรือยาที่ส่งผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน
- ประวัติการแพ้ เช่น สาร PLLA, PDLLA, PDO, PCL, CaHa, CMC, Mannitol หรือแพ้ยาชาอย่างรุนแรง
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ทันที Biostimulator ต้องใช้เวลาสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติใช้เวลาประมาณ 1-3 เดือน ซึ่งเห็นผลไม่ทันที
- ผู้ที่มีประวัติคีลอยด์ ควรประเมินโดยแพทย์

สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำ Collagen Biostimulator
Collagen Biostimulator คือสารฉีดที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ เพื่อฟื้นฟู และปรับปรุงโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น ต่างจากฟิลเลอร์ที่เน้นการเติมเต็มทันที Biostimulator จะค่อย ๆ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และคงอยู่ได้ยาวนานกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว
สิ่งที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจทำ Collagen Biostimulator
- ผลลัพธ์ค่อยเป็นค่อยไป ไม่ใช่การเติมเต็มทันที แต่เป็นการกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนเอง ผลจะชัดเจนขึ้นในเดือนที่ 2-3 และคงอยู่ได้นานถึง 2 ปี
- ความเหมาะสม ผู้ที่มีอายุ 25-30 ปีขึ้นไป เหมาะกับผู้ที่เริ่มมีปัญหาผิวหย่อนคล้อย หลวม ไม่กระชับ หรือผิวตอบ
- การเตรียมตัว งดยาต้านอักเสบ (NSAIDs) เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน อย่างน้อย 1 สัปดาห์ และแอลกอฮอล์ 24-48 ชั่วโมงก่อนทำ เพื่อลดรอยช้ำ
- ข้อควรระวัง ห้ามทำในหญิงตั้งครรภ์/ให้นมบุตร ผู้ที่มีประวัติแพ้รุนแรง หรือผู้ที่มีแผลอักเสบบริเวณที่ฉีด
- การปฏิบัติตัวหลังทำ ต้องนวดหน้าตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อให้ยากระจายตัวสม่ำเสมอและลดความเสี่ยงเป็นก้อน
- เลือกคลินิก ตรวจสอบว่าเป็นยาแท้ที่ได้รับมาตรฐาน อย. และฉีดโดยแพทย์ที่มีความชำนาญเท่านั้น
สรุป
บทความนี้ได้พาทุกคนมารู้จัก Collagen Biostimulator มากยิ่งขึ้น สำหรับคนที่รักในการดูแลตัวเอง และดูแลผิวพรรณให้สวยงามอยู่เสมอ การเลือกทำหัตถการอย่างโปรแกรม Collagen Biostimulator จึงนับเป็นอีกหนึ่งวิธีในการช่วยฟื้นฟู พร้อมดูแลผิวจากกระบวนการธรรมชาติ มีความปลอดภัย ให้ผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว อย่างไรก็ตามการเลือกทำหัตถการใด ๆ ก็ควรศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับตัวผลิตภัณฑ์ และความเชี่ยวชาญของแพทย์ให้ถี่ถ้วน เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ปลอดภัย และเหมาะสมที่สุด
สนใจโปรแกรม PLANITI สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ที่ 061-5325495 หรือ กด @Line ด้านล่างได้เลยค่ะ

