Biostimulator แก้ปัญหา หลุมสิว ริ้วรอยร่องลึก ได้ผลจริงหรือ?

Biostimulator แก้ปัญหาหลุมสิว ริ้วรอยร่องลึก ได้ผลจริงหรือ?

ปัญหาผิวอย่าง หลุมสิว และ ริ้วรอยร่องลึก ถือเป็นสองปัญหาที่แก้ยากที่สุด เพราะเกิดจากการที่โครงสร้างผิวชั้นลึกถูกทำลายหรือเสื่อมลง ไม่ว่าจะมาจากการอักเสบของสิวในอดีต อายุที่เพิ่มขึ้น หรือคอลลาเจนใต้ผิวลดลงตามธรรมชาติ ส่งผลให้พื้นผิวไม่เรียบ มีความลึก และไม่สามารถดีขึ้นได้ด้วยสกินแคร์เพียงอย่างเดียว

บทความนี้จะพาไปดูว่า Biostimulator สามารถช่วยแก้ปัญหาหลุมสิว และริ้วรอยร่องลึกได้จริงหรือไม่? รวมถึงอธิบายกลไก ข้อดี ข้อจำกัด และผลลัพธ์ที่สามารถคาดหวังได้ เพื่อให้คุณเข้าใจการรักษานี้อย่างถูกต้องที่สุด

สารบัญ

Biostimulator คืออะไร?

สารสังเคราะห์ทางชีวภาพที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของเซลล์หรือเนื้อเยื่อภายในร่างกายซึ่งมีการนำมาประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ด้านความงาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Biostimulator) ใต้ชั้นผิวทดแทนคอลลาเจนเก่าที่สูญเสียไป ทำให้ผิวกลับมาแน่นกระชับ ยืดหยุ่นและสุขภาพผิวแข็งแรงเหมือนวัยเยาว์ ซึ่งสารกลุ่มนี้สามารถสลายตัวได้เองจนหมด และสารในกลุ่มนี้ปัจจุบันก็ได้รับการรับรองในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพจากทั้งองค์การอาหารและยาของอเมริกา (FDA) และไทย (THFDA)

กลไกการทำงานของ Collagen Biostimulator

Collagen Biostimulator จะทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกระตุ้นทางชีวภาพ (Biostimulator) ให้กับร่างกายมีการส่งสัญญาณไปถึงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่องตามชนิดของสารที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย ขั้นตอนดังนี้

กลไกการทำงานของ Collagen Biostimulator

1. ขั้นตอนกระตุ้นเซลล์ผิว
ฉีดสารกลุ่ม Collagen Biostimulator เช่น PLLA, PDLLA, PDO, PCL หรือ CaHA ลงไปในชั้นผิวเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างคอลลาเขน และอีลาสตินใหม่

2. ขั้นตอนการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินตามกระบวนการธรรมชาติ
เมื่อเซลล์ไฟโบรบลาสต์ถูกกระตุ้นจากสารกลุ่ม Collagen biostimulator แล้วจะเกิดการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1, คอลลาเจนชนิดที่ 3 และ อีลาสติน ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงชั้นผิวให้เกิดความเรียบเนียน เพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยกระชับผิวให้เต่งตึง

3. ขั้นตอนการปรับปรุงโครงสร้างผิวในระยะยาว
หลังจากที่มีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาใหม่โครงสร้างผิวจะมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะปรากฏให้เห็นได้ถึงภายนอก ทั้งรอยเหี่ยวย่น รอยหลุมสิว ลดลงรวมถึงผิวจะมีความยืดหยุ่นและเต่งตึงมากขึ้นในระยะยาวเพราะ Collagen biostimulator จะยังคงคอยช่วยกระตุ้นให้เกิดกระบวนทั้ง 3 นี้วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าสลายไปเองตามธรรมชาติ

หลุมสิวและริ้วรอยร่องลึก เกิดขึ้นได้อย่างไร?

หลุมสิว

หลุมสิว

หลุมสิว ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์หลังจากการอักเสบของสิวอย่างรุนแรง ที่ส่งผลทำให้โครงสร้างใต้ชั้นผิว และคอลลาเจนถูกทำลาย จนไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนในบริเวณที่สูญเสียไปได้ เกิดเป็นรอยบุ๋ม หรือรอยหลุมบนผิวหนังที่มีความรุนแรง และความลึกแตกต่างกันออกไปตามระดับความรุนแรงของสิวที่เป็น ซึ่งหลุมสิวมักจะไม่สามารถหายได้เอง จึงถือเป็นปัญหาที่ส่งผลถาวรต่อผิว

ริ้วรอยร่องลึก

ริ้วรอย

ริ้วรอยร่องลึก บริเวณใบหน้ามักเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น อายุที่เพิ่มมากขึ้น การแสดงออกที่สีหน้าที่มากเกินไป การสูบบุหรี่ ภาวะเครียด การพักผ่อนไม่เพียง หรือแม้กระทั่งปัจจัยทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคล ที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างสะสมมาเป็นระยะยาว จนเกิดเป็นรอบคลื่นที่เห็นชัดขึ้นบริเวณผิวหนัง

Collagen Biostimulator แก้ปัญหาหลุมสิว ริ้วรอยร่องลึก ได้อย่างไร?

พื้นฐานในการแก้ปัญหาหลุมสิว และปัญหาริ้วรอยร่องลึกจะเหมือนกันตรงที่มุ้งเน้นไปในเรื่องของการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้คืนกลับมา ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน สม่ำเสมอ และยืดหยุ่นดังเดิม แต่ในกรณีของหลุมสิวที่มีพังผืดใต้ชั้นผิวมาดึงรั้งใต้หลุมสิว อาจจะต้องมีการตัดเนื้อเยื่อพังผืด (Subcision) ร่วมด้วยก่อนที่จะเติมสารกลุ่ม Biostimulator เข้าไปเพื่อเติมเต็ม

Collagen Biostimulator กับระยะเวลาที่เห็นผล?

Biostimulator จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่เองตามธรรมชาติซึ่งกระบวนการปกติจะใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนอยู่ที่ประมาณ 28 วัน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแต่ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้รับการรักษา 2-3 ครั้งห่างกัน 1 เดือนจะได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน 2 ปี

Collagen Biostimulator แก้ปัญหาหลุมสิว ริ้วรอยร่องลึก ได้อย่างไร?

ข้อดีและข้อจำกัดของ Collagen Biostimulator

ข้อดีที่ได้รับจากสารกลุ่ม Collagen biostimulator หลัก ๆ ก็คือการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ก็ผิวที่เสื่อมโทรมตามกาลเวลาและการใช้ผิวของเราจึงได้ผลลัพธ์ ดังนี้

  1. ได้รับคอลลาเจนที่เกิดจากกระบวนการสร้างตามธรรมชาติของร่างกายเราเองจึงมีความปลอดภัย
  2. ลดเลือนริ้วรอยขนาดเล็ก และรอยเหี่ยวย่น
  3. เติมเต็มรอยหลุมสิว ให้เรียบเนียน
  4. กระชับใบหน้าให้สันกรามคมชัด
  5. ผิวกลับมามีสุขภาพที่ดี มีความแน่น และยืดหยุ่นของผิวที่มากขึ้นในระยะยาว

ข้อจำกัดของสารกลุ่ม Collagen biostimulator มีดังนี้

  1. ผลลัพธ์จะไม่เห็นชัดเจนในทันที แต่จะได้ในเรื่องของการเติมเต็มมาก่อน
  2. ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร (อยู่ได้ประมาณ 2 ปี) อาจจะต้องมีการมาฉีดซ้ำ
  3. แพทย์ที่ทำการฉีดต้องมีประสบการณ์และทักษะในการฉีด
  4. ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวภาวะเลือดออกผิดปกติ, โรคแพ้ภูมิตัวเอง, โรคทางระบบประสาท
  5. ผู้ที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์และให้นมบุตร
  6. ผู้ที่มีภาวะแพ้สารต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำหัตถการ

ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีป้องกัน

Collagen biostimulator อาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอาการแบบชั่วคราวได้บ้าง ดังนี้

  1. อาการบวม แดง ช้ำ จากเข็ม แต่สามารถหายเองได้ภายใน 3-4 วัน ใช้การประคบเย็นช่วยลดอาการบวม
  2. อาการระคายเคืองหรือคันเล็กน้อยบริเวณที่มีการ ฉีดอาจเกิดจากปฏิกิริยาใต้ชั้นผิวที่มีต่อสารที่ฉีด มักไม่รุนแรง และจะลดลงใน 2-3 วัน
  3. รอยนูน หรือก้อนเล็ก ๆ บริเวณที่ฉีด เกิดจากสารที่ฉีดเข้าไป สามารถใช้วิธีการนวดเบา ๆ ช่วยให้ลดอาการบวมลงได้

แต่ถ้ามีอาการแสบร้อน ผื่นแดง บวมมากขึ้น รู้สึกเจ็บปวด หรือเกิดตุ่มนูนใต้ผิว แนะนำให้พบแพทย์ทันที เพื่อรักษาอย่างเหมาะสม

สรุป

สารกลุ่ม Biostimulator ที่ทางวงการแพทย์ด้านความงามนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวตามกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย หรือที่รู้จักกันดีว่า Collagen Biostimulator สามารถนำมาแก้ปัญหาหลุมสิว และริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนได้อย่างตรงจุด ซึ่งสารกลุ่มนี้มีความปลอดภัยสูง และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่การใช้งานก็ต้องอาศัยความสามารถของแพทย์ที่มีความชำนาญ และผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาอย่างถูกต้อง

เรื่องล่าสุด
ผิวที่ดูเรียบเนียน กระชับ และอ่อนเยาว์ มักเกี่ยวข้องกับโครงสร้างคอลลาเจนภายในผิว ซึ่งหนึ่งในเซลล์สำคัญที่มีบทบาทในกระบวนการนี้คือ Fibroblast เซลล์หลักในชั้นผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับการสร้างองค์ประกอบสำคัญของผิว เช่น คอลลาเจนและโครงสร้างพื้นฐานของผิวหนัง

เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การทำงานของ Fibroblast อาจเปลี่ยนแปลง…..
ดวงตาเป็นจุดที่สะท้อนความสดใสและความอ่อนเยาว์ได้ชัดเจนที่สุด แต่ในขณะเดียวกัน ผิวรอบดวงตาก็เป็นบริเวณที่บอบบางและเสื่อมสภาพได้ง่าย ไม่ว่าจะเป็นตีนกา ใต้ตาคล้ำ ร่องใต้ตา หรือถุงใต้ตา ปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากทั้งโครงสร้างผิว พันธุกรรม และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน การเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงของแต่ละปัญหาจะช่วยให้เลือกวิธีดูแลและรักษาได้อย่างตรงจุด ปลอดภัย…..
สิวอาจหายได้ แต่ “รอยดำ รอยแดง” มักทิ้งร่องรอยไว้นานกว่าที่คิด ในทางการแพทย์ รอยเหล่านี้แบ่งเป็น PIH (รอยดำจากเม็ดสี) และ PIE (รอยแดงจากเส้นเลือดฝอย)…..

Related Article

หลายท่านอาจคุ้นเคยกับคำว่า การร้อยไหม ซึ่งเป็นวิธีการรักษาด้านความงามที่ได้รับความนิยมและมีมาอย่างยาวนาน แต่สำหรับคำว่า ไหมน้ำ ซึ่งเริ่มเป็นที่รู้จักในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา หลายคนอาจสงสัยว่า ไหมน้ำคืออะไร? เหมาะกับใคร? และมีข้อดีอย่างไร? วันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักและไขข้อสงสัยเกี่ยวกับไหมน้ำกันอย่างละเอียด…..
เชื่อว่าใบหน้าที่มีความอ่อนเยาว์ หน้าเด็ก เป็นใบหน้าในฝันของใครหลาย ๆ คน แม้ว่าอายุจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับวิธีทำให้หน้าเด็ก รหัสลับที่จะพาคุณย้อนวัย คืนความสดใสให้กับผิวหน้า รวบรวมเคล็ดลับหน้าเด็กทั้งแบบทั่วไปและหัตถการทางการแพทย์มาฝาก ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย…..
ในปัจจุบันหัตถการในการฟื้นฟูคุณภาพผิวให้กลับมาเต่งตึงก็สามารถทำได้หลากหลายวิธี อย่างการฉีด Filler หรือ การฉีด Plan Infinity ก็เป็นอีกหนึ่งการรักษาที่มีประสิทธิภาพ แล้วระหว่าง Plan Infinity vs…..