ความหย่อนคล้อยของผิวแบ่งออกเป็นระดับใดบ้าง
ผิวหนังหย่อนคล้อยเป็นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงที่สังเกตเห็นได้ชัดเมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น โดยมีปัจจัยสำคัญจากการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างและองค์ประกอบภายในชั้นผิว โดยเฉพาะคอลลาเจนและอีลาสติน ซึ่งเมื่ออายุเพิ่มขึ้น กระบวนการสร้างและการทำงานจะค่อย ๆ ลดลง ส่งผลให้ความกระชับและความยืดหยุ่นของผิวลดลงจนเริ่มสังเกตเห็นลักษณะของผิวหย่อนคล้อยที่แตกต่างกันโดยแบ่งเป็นระดับ ดังนี้

- ความหย่อนคล้อยระดับเริ่มต้น (Mild Sagging)
ผิวเริ่มสูญเสียความกระชับและความยืดหยุ่นเล็กน้อย โดยลักษณะผิวที่พบจะเริ่มมีริ้วรอยตื้น ๆ ร่องแก้มที่มองเห็นได้แต่ยังไม่ลึกมาก สังเกตเห็นได้ชัดเมื่อมีการแสดงสีหน้า - ความหย่อนคล้อยระดับปานกลาง (Moderate Sagging)
ผิวมีความกระชับลดลงและเริ่มเกิดการหย่อนคล้อยอย่างเห็นได้ชัด มีลักษณะผิวไม่กระชับ หลวมไม่แน่นมาก มีกระเปาะแก้มห้อยบริเวณขากรรไกร ร่องแก้มลึก ริ้วรอยชัดเจนมากขึ้น มุมปากเริ่มตก ซึ่งจะเห็นความหย่อนคล้อยชัดเจน ริ้วรอยชัดแม้ไม่ได้แสดงสีหน้า - ความหย่อนคล้อยระดับมาก (Severe Sagging)
โครงสร้างและองค์ประกอบของเนื้อเยื่อบริเวณใบหน้ามีการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน มีลักษณะแก้มห้อยลงเห็นเป็นรอยพับ ผิวหลวมชัดเจน ร่องแก้มและร่องน้ำหมากมีความลึกเด่นชัด มุมปากตก ริมฝีปากเริ่มบาง กรอบหน้าไม่ชัด ริ้วรอยเยอะชัดเจน
ระดับความหย่อนคล้อยมีผลต่อการพิจารณาร้อยไหมอย่างไร
ระดับความหย่อนคล้อยของผิวเป็นหนึ่งปัจจัยสำคัญที่แพทย์ใช้ประเมินก่อนทำการร้อยไหม เนื่องจากความหย่อนคล้อย และการเปลี่ยนแปลงภายในชั้นผิวมีระดับที่แตกต่างกัน เพื่อใช้ในการเลือกชนิด ประเภท รวมถึงจำนวนเส้นไหมและตำแหน่งการวางแนวไหมให้เหมาะสมกับโครงสร้างและปัญหาของแต่ละบุคคล
- ความหย่อนคล้อยแต่ละระดับมีแนวทางการรักษาต่างกันอย่างไร
อธิบายให้เห็นภาพว่า ผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อยอาจมีเป้าหมายในการยกกระชับหรือปรับแนวใบหน้าแตกต่างจากผู้ที่มีความหย่อนคล้อยมาก โดยแพทย์ต้องประเมินร่วมกับโครงสร้างใบหน้าและสาเหตุของปัญหา ไม่ควรกำหนดแนวทางจากระดับความหย่อนคล้อยเพียงอย่างเดียว - ความหย่อนคล้อยระดับใดที่อาจไม่เหมาะกับการร้อยไหมเพียงอย่างเดียว
อธิบายว่าหากมีความหย่อนคล้อยมาก หรือมีปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยการยกพยุงเนื้อเยื่อเพียงอย่างเดียว แพทย์อาจพิจารณาทางเลือกอื่นหรือการรักษาร่วมกันตามความเหมาะสม เพื่อไม่ให้ผู้อ่านเข้าใจว่าการร้อยไหมเหมาะกับทุกระดับ - แพทย์ประเมินความหย่อนคล้อยจากอะไรบ้าง
เสริมเรื่องความยืดหยุ่นของผิว ปริมาณและตำแหน่งของเนื้อเยื่อไขมัน โครงสร้างใบหน้า แนวกราม และเป้าหมายของผู้รับบริการ เพื่อให้เข้าใจว่าการวางแผนร้อยไหมไม่ได้อาศัยการดูความหย่อนคล้อยจากภายนอกเพียงอย่างเดียว
แพทย์ประเมินความหย่อนคล้อยจากอะไรบ้าง

แพทย์จะประเมินความหย่อนคล้อยจากโครงสร้างใบหน้าโดยรวม ตั้งแต่ผิวภายนอก จนถึงโครงสร้างกระดูกใบหน้าโดยพิจารณาหลัก ๆ ดังนี้
- ประเภทของผิว ความหนา-บางของชั้นผิว
- ความยืดหยุ่นของผิว ลักษณะการคืนตัว
- ปริมาณหรือความหนาแน่นของผิว ปริมาณไขมัน และความหนาแน่นของคอลลาเจนใต้ชั้นผิว
- การเคลื่อนตัวของเนื้อเยื่อใต้ผิว มีการเปลี่ยนแปลงลักษณะใด ส่งผลอย่างไรต่อใบหน้า
- โครงสร้างกระดูกใบหน้าของแต่ละบุคคล
ความหย่อนคล้อยระดับไหนที่อาจเหมาะกับการร้อยไหม
การร้อยไหมคือนวัตกรรมที่ช่วยยกกระชับผิว เพื่อหวังผลเรื่องการยกกระชับ และปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนตามที่ต้องการ ดังนั้น การร้อยไหมจึงเหมาะสมกับปัญหาความหย่อนคล้อยในระดับเล็กน้อย – ปานกลาง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และดูเป็นธรรมชาติที่สุด
อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าการร้อยไหมสามารถทำได้เพียงผู้ที่มีปัญหาในระดับปานกลางได้เพียงอย่างเดียว เนื่องจากความหย่อนคล้อยในระดับอื่นสามารถประเมินปัญหาและความต้องการให้เหมาะสมกับประเภทและชนิดของเส้นไหน หรือการออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับระดับผิวได้ หรืออาจมีการใช้เทคนิคการรักษาแบบควบคู่กัน (Combination Treatment) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพ และตรงตามความต้องการของคนไข้มากที่สุด
ไหมภูเขาเหมาะกับความหย่อนคล้อยในระดับใด?

ไหมภูเขา มีการออกแบบที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผ่านนวัตกรรมการหล่อขึ้นรูปเงี่ยงแบบไม่ผ่านความร้อน โดยมีโครงสร้างเงี่ยงที่มีลักษณะคล้ายภูเขา ใหญ่ แข็งแรง ทั้งแกนเส้นไหมและรูปเงี่ยงจึงถูกนิยามว่า “เงี่ยงใหญ่ ยกเยอะ ยึดแน่น อยู่นาน” ดังนั้นไหมภูเขาจึงเหมาะสมกับความหย่อนคล้อยในระดับปานกลางมากที่สุด แต่ไม่ใช่ว่าจะเหมาะสมกับทุกคนหรือจำกัดเฉพาะปัญหาระดับนี้เพียงอย่างเดียว การร้อยไหมภูเขาควรต้องได้รับการประเมินสภาพผิว ปัญหา และความต้องการร่วมกับโครงสร้างใบหน้าเฉพาะบุคคล เพื่อให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคลก่อนการรรักษาเสมอ
หากความหย่อนคล้อยมาก การร้อยไหมยังเหมาะหรือไม่
เมื่อมีความหย่อนคล้อยในระดับมาก ไม่ได้หมายความว่าไม่สามารถร้อยไหมได้เสมอไป เนื่องจากในระดับของความหย่อนคล้อยผู้เชี่ยวชาญสามารถประเมินแยกเป็นหลายปัจจัยการพิจารณาได้อีก โดยอาจแบ่งเป็น 2 กรณี ดังนี้
- หย่อนคล้อยระดับมาก แต่ยังพิจารณาร้อยได้
หากแพทย์ประเมินตามปัจจัยการพิจารณาแล้วพบว่าใบหน้ายังสามารถตอบสนองต่อการยกและแรงพยุงของเนื้อเยื่อได้ และยังเหมาะสมกับความต้องการ ให้ผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ หรืออาจใช้เทคนิคการรักษาแบบควบคู่กับโปรแกรมการรักษาอื่น (Combination Treatment) แล้วพบว่าสามารถออกแบบให้ผลลัพธ์ตรงตามความต้องการ และแก้ไขปัญหาเหล่านี้ได้ - หย่อนคล้อยระดับมาก แต่ไม่ใช่ทางเลือกที่เหมาะสม
หากแพทย์ประเมินตามปัจจัยการพิจารณาแล้วพบว่าร้อยไหมแล้วอาจทำให้เกิดความไม่เป็นธรรมชาติของใบหน้า หรืออาจก่อให้เกิดอาการไม่พึงประสงค์ต่อคนไข้เอง และการใช้โปรแกรมการรักษาอื่น ๆ อาจมีความเหมาะสมและตอบโจทย์กับปัญหามากกว่า
คำถามที่พบบ่อย
อายุเท่าไรจึงเหมาะกับการร้อยไหม?
การร้อยไหมไม่ได้มีอายุที่กำหนดตายตัว โดยทั่วไปอายุ 25 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่มีความต้องการในการยกกระชับ และปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนตามที่ต้องการ และผู้ที่มีความหย่อนคล้อยเล็กน้อย – ปานกลาง
ผิวหย่อนเล็กน้อยควรร้อยไหมหรือไม่?
ผิวหย่อนคล้อยเล็กน้อยสามารถร้อยไหมเพื่อปรับรูปหน้าให้ได้สัดส่วนได้ เช่นปรับรูปหน้าเรียว ยกหางตา หางคิ้วแบบ Foxy eyes ทั้งนี้ควรได้รับการประเมินจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินรูปหน้าและสภาพผิว
ถ้าผิวหย่อนมากสามารถร้อยไหมได้หรือไม่?
แบ่งได้เป็น 2 กรณี ทั้งได้และไม่ได้ จึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อพิจารณาปัญหา ความต้องการร่วมกับโครงสร้างใบหน้าโดยรวม เพื่อความเหมาะสมของการรักษาต่อผลลัพธ์ และความต้องการ
มีวิธีประเมินความหย่อนคล้อยด้วยตัวเองหรือไม่?
สามารถเช็คความยืดหยุ่นใต้ชั้นผิวและสังเกตจุดที่เปลี่ยนแปลงของใบหน้า ดังนี้
- ทดสอบการยืดตัวของผิว ใช้มือหยิบผิวแล้วค่อย ๆ ดึง เช็คว่าผิวสามารถยืดได้ในปริมาณที่มากหรือไม่
- ทดสอบการคืนตัว ใช้มือหยิกผิวเบา ๆ แล้วปล่อย สังเกตการคืนสภาพเดิมหากภายใน 1-2 วินาที ถือว่าปกติ
- ทดสอบการห้อยตามแรงโน้มถ่วง ส่องกระจกโน้มใบหน้า 45 องศา สังเกตแก้มตก หรือห้อยออกมาอย่างชัดเจนหรือไม่
- สังเกตการเปลี่ยนแปลง เช่นกรอบหน้าเริ่มไม่ชัดเจน ร่องแก้มร่องน้ำหมากดูเด่นชัด มีกระเปาะแก้มห้อยลงมาชัดเจน
สรุป
การร้อยไหมสามารถพิจารณาหรือประเมินแล้วแต่บุคคลเพื่อดูแลความหย่อนคล้อยได้หลายระดับ ตั้งแต่ระดับเริ่มเล็กน้อยไปจนถึงระดับมาก ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมักใช้กับความหย่อนคล้อยระดับเล็กน้อยจนถึงปานกลาง แต่ไม่ได้มีเกณฑ์ที่ตายตัวในการกำหนดจนเกินไป เนื่องจากสภาพผิว และโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคลแตกต่างกัน แพทย์จึงต้องพิจารณาหลายปัจจัยร่วมกันเพื่อออกแบบการรักษาให้เหมาะสมกับโครงสร้าง และความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อความปลอดภัย และผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย

