Biostimulator คืออะไร?
Biostimulator คือสารชีวภาพที่มีคุณสมบัติทำให้เกิด การตอบสนอง ของเซลล์ Fibroblast ให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Biostimulator) ใต้ชั้นผิวทดแทนคอลลาเจนเก่าที่สูญเสียไป ทำให้ผิวกลับมาแน่นกระชับ ยืดหยุ่นและสุขภาพผิวแข็งแรงเหมือนวัยเยาว์ในระยะยาวถึงแม้จะสลายตัวไปจนหมดแต่ก็ยังคงการสร้างคอลลาเจนต่อไป และสารในกลุ่มนี้ปัจจุบันก็ได้รับการรับรองในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพจากทั้งองค์การอาหารและยาของอเมริกา (FDA) และไทย (THFDA)
ทำความเข้าใจ Collagen Biostimulator เพิ่มเติม : Collagen Biostimulator คืออะไร ไขข้อสงสัยที่หลายคนอยากรู้!
โครงสร้างผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของ Biostimulator

โดยปกติแล้วเป้าหมายของสารกลุ่ม Collagen Biostimulator จะอยู่ที่เซลล์ Fibroblast ที่จะพบมากในชั้นหนังแท้ (Dermis) เพื่อกระตุ้นให้เซลล์ Fibroblast เกิดกระบวนการสร้างคอลลาเจนใหม่ขึ้นมาทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไป
กลไกการทำงานของ Biostimulator หลังเข้าสู่ผิวจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงชีววิทยา
Biostimulator ที่นิยมใช้กันในวงการแพทย์ด้านความงามก็คือกลุ่ม Collagen Biostimulator ถูกฉีดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังแท้ของก็จะเกิดกระบวนการ ดังนี้
1. การตอบสนองของเซลล์ Fibroblast ต่อการกระตุ้น
เมื่อฉีดสาร Collagen Biostimulator เช่น PLLA, PCL, PDO, PDLLA หรือ CaHA เข้าไปในผิวหนัง สารจะกระตุ้นเซลล์ Fibroblast ให้เริ่มสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่อง
2. กระบวนการสร้าง Collagen Type I และ III
เมื่อเซลล์ Fibroblast ได้รับการกระตุ้นจะเริ่มกระบวนการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1, คอลลาเจนชนิดที่ 3 และ อีลาสติน ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงชั้นผิวให้เกิดความเรียบเนียน เพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยกระชับผิวให้เต่งตึง
3. กระบวนการฟื้นฟูโครงสร้างผิวแบบระยะยาว
เนื่องจากอายุการสลายตัวของสารกลุ่ม Collagen Biostimulator ค่อนข้างยาวนานตามแต่ละชนิดของสาร จึงทำให้กระบวนการค่อย ๆ สร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ไปได้อย่างยาวนาน
เมื่อคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ถูกสร้างขึ้น จะค่อย ๆ ปรับปรุงการพยุงโครงสร้างผิวจากภายใน ทำให้เกิดความหนาแน่นของผิวโดยรวม ผิวหน้าดูเต็มขึ้น ริ้วรอยต่าง ๆ ดูจางลง รูขุมขนเล็กลงอย่างชัดเจน เมื่อสัมผัสที่ผิวจะสัมผัสได้ถึงความยืดหยุ่นของผิว
ความแตกต่างเชิงแนวคิดระหว่าง Biostimulator และฟิลเลอร์
หัตถการทางการแพทย์ทั้ง 2 อย่างล้วนมีเป้าหมายเพื่อให้ใบหน้าดูเต่งตึง กระชับ และดูเต็มอิ่ม แต่ความจริงแล้วก่อนที่จะออกมาเป็นผลลัพธ์ปลายทางที่ใกล้เคียงกันนั้นมีกระบวนการทำงานที่แตกต่างกันรวมถึงอายุการใช้งานของทั้ง 2 หัตถการก็แตกต่างกัน ดังนี้
- Biostimulator : การใช้งานของ Biostimulator จะมุ่งเน้นเข้าไปกระตุ้นการทำงานของเซลล์ Fibroblast เพื่อให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินเพื่อเสริมความหนาแน่นให้กับผิวในชั้นหนังแท้ทำให้ผิวแน่นฟูขึ้นจากโครงสร้างผิวของเราเอง แต่จำเป็นต้องใช้ระยะเวลาในการสร้างคอลลาเจนประมาณ 1-3 เดือนเพื่อให้ผลลัพธ์ชัดเจนแต่ผลลัพธ์จะสามารถอยู่ได้ยาวนานถึง 1-2 ปีขึ้นอยู่กับสาร Biostimulator นั้น
- ฟิลเลอร์ : การใช้งานของ ฟิลเลอร์ จะมุ่งเน้นในการเพิ่มวอลลุ่มในบริเวณผิวที่ขาดปริมาตร เช่น ร่องแก้ม แก้มตอบ ขมับลึก หรือร่องใต้ตาลึก เป็นต้น ทำให้บริเวณที่เติมดูอวบอิ่มและดูแน่นขึ้น หากคุณมีปัญหาความหย่อนคล้อยของผิว โอกาสที่ฟิลเลอร์จะทำให้ใบหน้าดูหนัก หรือผิดธรรมชาติอาจมีมากขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ของฟิลเลอร์จะคงอยู่ได้นาน 6-12 เดือน

สรุป
กลไกการทำงานของ Biostimulator จะเกิดขึ้นที่ชั้นหนังแท้เพราะเป็นชั้นที่พบเซลล์ Fibroblast มากที่สุดโดยที่กระบวนการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินจะเริ่มขึ้นทันทีหลังจากเซลล์ Fibroblast ได้รับการกระตุ้น และในส่วนของความแตกต่างกับฟิลเลอร์ก็มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนทั้งในด้านของการใช้งานและอายุการใช้งาน ควรเลือกใช้งานให้เหมาะสมกับวัตถุประสงค์ของแต่ละบุคคล
สนใจโปรแกรม PLANITI สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ที่ 061-5325495 หรือ กด @Line ด้านล่างได้เลยค่ะ

