ร้อยไหมแต่ละยี่ห้อต่างกันจริงหรือไม่?
การร้อยไหมมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อผลลัพธ์ ดังนั้นหากไหมที่ใช้ในการร้อยมีชนิดของวัสดุที่แตกต่างกัน รวมถึงลักษณะของเส้นไหม การออกแบบเงี่ยง ก็ส่งผลต่อความสามารถของแรงดึง การยึดเกาะ หรือการยกกระชับ รวมไปถึงการสลายตัวและการกระตุ้นคอลลาเจนของเส้นไหม
สิ่งที่ทำให้ไหมแต่ละแบรนด์แตกต่างกัน

- วัสดุของเส้นไหม
เส้นไหมจะมีวัสดุที่ใช้ในการผลิตที่หลากหลาย โดยสมัยก่อนวัสดุที่นิยมนำมาใช้ เช่น ทองคำ พลาสติก เป็นต้น แต่อาจส่งผลต่อใบหน้าในระยะยาว และไม่สามารถสลายได้จึงมีการพัฒนามาใช้กลุ่มพอลิเมอร์ ที่สามารถสลายได้ตามธรรมชาติภายในร่างกาย โดยปัจจุบันที่นิยมใช้ ดังนี้- PDO (Polydioxanone) นิยมมากที่สุด มีความยืดหยุ่นปานกลาง ระยะเวลาการสลายภายใน 6 เดือน
- PCL (Polycaprolactone) เป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่นสูง ระยะเวลาการสลายภายใน 2 ปี
- PLLA (Poly L-lactic acid) เป็นวัสดุที่มีความแข็ง เปราะง่าย นิยมผสม PCL ระยะเวลาการสลายภายใน 2 ปี
- ลักษณะโครงสร้างเส้นไหม
ผลิตภัณฑ์แต่ละแบรนด์ในท้องตลาด มักมีการออกแบบที่เฉพาะ และหลากหลายตามวัตถุประสงค์การใช้งานไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับ เพิ่มวอลลุ่มหรือฟื้นฟูผิว ซึ่งการใช้งานก็จะขึ้นอยู่กับปัญหาที่ต้องการแก้ไข หรือความต้องการของคนไข้ - นวัตกรรม
นวัตกรรมไหมร้อยหน้าแต่ละแบรนด์มีการออกแบบที่แตกต่างกัน ทั้งแบบ Cutting (การสร้างเงี่ยงด้วยการตัด) และ Molding (การขึ้นรูปหรือบีบอัดเส้นไหม) โดยใช้กระบวนการผลิตที่หลากหลาย เช่น เลเซอร์ ใบมีด หรือการขึ้นรูปด้วยแม่พิมพ์ ด้วยวิธีการที่ผ่านความร้อนหรือไม่ผ่านความร้อน ซึ่งนวัตกรรมเหล่านี้ล้วนแล้วแต่มีผลต่อลักษณะของเงี่ยง ความแข็งแรง และประสิทธิภาพในการยกกระชับจึงอาจให้ผลลัพธ์ที่แตกต่างกันได้
ปัจจัยที่ควรพิจารณาก่อนเลือกไหมยกกระชับ
- วัสดุของเส้นไหม เนื่องจากแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่ไม่เหมือนกัน เช่นความยืดหยุ่น ระยะเวลาการสลาย ดังนั้นจึงควรเลือกใช้ไหมให้ตรงวัตถุประสงค์ รวมถึงความเหมาะสมต่อปัญหาและความต้องการของคนไข้
- รูปแบบของเงี่ยงไหม (Cog) ไหมแต่ละรูปแบบมีนวัตกรรมที่แตกต่างกัน ดังนั้นลักษณะของเส้นไหม ความหนา การตัดหรือขึ้นรูปเงี่ยงจึงสามารถส่งผลต่อแรงยึดเกาะ การรับน้ำหนัก จึงควรได้รับการปรึกษากับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนเสมอ
- มาตรฐานการผลิต ด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และความสม่ำเสมอของคุณสมบัติของผลิตภัณฑ์ทุกล็อตการผลิต เพื่อความเชื่อมั่น และความไว้วางใจต่อผลิตภัณฑ์
- เป้าหมายการรักษา ก่อนทำหัตถการ แพทย์ควรรับฟังความต้องการของคนไข้ พร้อมวิเคราะห์และพิจารณาปัญหาเพื่อให้เหมาะสมกับคนไข้ และผลิตภัณฑ์ที่จะเลือกใช้ เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่พึงพอใจและมีประสิทธิภาพที่สุด
ก่อนเลือกไหมยกกระชับ ควรถามแพทย์เรื่องอะไรบ้าง

ก่อนตัดสินใจทำหัตถการ การพูดคุยกับแพทย์เป็นขั้นตอนสำคัญ เพราะช่วยให้แผนการรักษาเหมาะกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล และจะช่วยให้เราได้ผลลัพธ์ที่ตรงกับความต้องการและมีประสิทธิภาพที่สุด ดังนั้น จึงไม่ใช่การเลือกชนิดไหมตามความนิยมเพียงอย่างเดียวต้องคำนึกถึงความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ของการใช้งานด้วยเช่นกัน โดยคำถามที่ควรถามแพทย์ มีดังนี้
- ปัญหาและความต้องการของเราเหมาะสมกับไหมประเภทใด ทำไมถึงควรใช้ไหมชนิดนี้
- ควรใช้จำนวนเส้นไหมกี่เส้น ถึงจะครอบคลุมกับปัญหา
- ผลลัพธ์ที่คาดหวัง หรือความเป็นไปได้ รวมถึงระยะเวลาที่จะเห็นผลลัพธ์ และการคงอยู่
- การดูแลตัวเองหลังทำหัตถการควรต้องทำอย่างไร เพื่อไม่ให้กระทบต่อผลลัพธ์ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
- หากต้องการให้ผลลัพธ์มีประสิทธิภาพชัดเจนมีทางเลือกอื่นหรือการใช้งานร่วมกันที่เหมาะสมหรือไม่
- ชื่อแบรนด์หรือผลิตภัณฑ์ เพื่อความไว้วางใจเกี่ยวกับคุณภาพของเส้นไหม และความปลอดภัยของคนไข้
ทำไมจึงไม่ควรเลือกไหมจาก “รีวิว” เพียงอย่างเดียว
การรีวิวจากผู้ที่เคยเข้ารับการร้อยไหมสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจได้ แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์หลักในการเลือกชนิดของไหม เนื่องจากผลลัพธ์ของการร้อยไหมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น ปัญหาผิว โครงสร้างใบหน้า ความหย่อนคล้อย คุณภาพผิว รวมถึงเป้าหมายของการรักษา ซึ่งแตกต่างกันในแต่ละบุคคล ถึงแม้จะใช้ไหมชนิดดียวกัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็อาจแตกต่างกัน
ดังนั้น การเลือกใช้ไหมจึงควรได้รับคำปรึกษาและการพิจารณาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกชนิดและเทคนิคที่เหมาะสมกับปัญหาโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล มากกว่าการตัดสินใจจากรีวิวเพียงอย่างเดียว
แล้วไหมภูเขาเป็นตัวเลือกแบบไหน

ไหมภูเขา (K2 PLUS) เป็นไหมร้อยหน้าที่ได้รับการออกแบบด้วยเทคโนโลยี Molding เพื่อให้ได้โครงสร้างเงี่ยงที่แข็งแรงและมีประสิทธิภาพในการยึดเกาะเนื้อเยื่อ สามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น ซึ่งเหมาะสมกับการแก้ไขปัญหาใบหน้าหย่อนคล้อย กระเปาะแก้มห้อย ร่องแก้มลึก กรอบหน้าไม่ชัด และคางสองชั้นหรือเหนียง รวมถึงผู้ที่ใบหน้าไม่ได้สัดส่วน
นอกจากนี้ ไหมภูเขา ยังได้รับมาตรฐานการรับรอง เช่น Thai FDA, ISO 13485, CE และ GMP เพื่อสะท้อนถึงคุณภาพและมาตรฐานการผลิต ทั้งนี้ การเลือกใช้ชนิดของไหมยังควรอยู่ภายใต้การประเมินของแพทย์ เพื่อให้เหมาะกับโครงสร้างใบหน้าและความต้องการของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลือกไหมยกกระชับ
A: การเลือกใช้ไหมควรได้รับการพิจารณาจากปัญหา โครงสร้างใบหน้า และความต้องการของคนไข้ ดังนั้น จึงไม่มีไหมยี่ห้อไหนดีที่สุด แต่คือการเลือกชนิดของไหมที่เหมาะสมกับปัญหาของบุคคลนั้น
A: หากมีไหมหรือแบรนด์ที่สนใจ สามารถนำไปปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินความเหมาะสมในการใช้งานได้ แต่การเลือกใช้ไหมไม่ควรพิจารณาจากชื่อแบรนด์เพียงอย่างเดียว ควรคำนึกถึงความเหมาะสมต่อวัตถุประสงค์การใช้งานด้วย เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพผิวและผลลัพธ์ที่ต้องการ
A: จำนวนเส้นไหมมาก ≠ ยิ่งยกดีเสมอไป จำนวนเส้นขึ้นอยู่กับความหย่อนคล้อย บริเวณ และชนิดของเส้นไหม เนื่องจากแต่ละบุคคลมีสภาพผิวที่แตกต่างกัน และคำนึกถึงเทคนิคที่จะใช้ในการร้อย ทิศทางในการดึงให้เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
A: รีวีวสามารถใช้ประกอบการตัดสินใจได้บางส่วน แต่ไม่ควรใช้เป็นเกณฑ์หลักในการเลือกชนิดของไหม ควรได้รับคำปรึกษาและการพิจารณาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อเลือกชนิดและเทคนิคที่เหมาะสมกับปัญหาและโครงสร้างใบหน้าของแต่ละบุคคล
สรุป
การเลือกไหมร้อยหน้าไม่ควรพิจารณาจากแบรนด์หรือภาพรีวิวเพียงอย่างเดียว แต่ควรคำนึงถึงปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น วัสดุ รูปแบบ นวัตกรรมการออกแบบ และมาตรฐานการผลิต รวมถึงความเหมาะสมเกี่ยวกับปัญหาผิว โครงสร้างใบหน้า และเป้าหมายของการรักษาในแต่ละบุคคล เพื่อความปลอดภัยและให้ได้ผลลัพธ์ที่สอดคล้องกับความต้องการของคนไข้มากที่สุดจึงควรปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญก่อนทำหัตถการเสมอ

