อัปเดตเทรนด์หน้าเด็ก 2026 ทำไม Biostimulator ถึงมาแรงที่สุด?

อัปเดตเทรนด์หน้าเด็ก 2026 ทำไม Biostimulator ถึงมาแรงที่สุด?

ปี 2026 เทรนด์หน้าเด็กยังคงมาแรง และ Biostimulator กลายเป็นตัวช่วยยอดนิยมสำหรับผู้ที่อยากมีผิวเรียบเนียน กระชับ และดูอ่อนเยาว์ บทความนี้จะอธิบายตั้งแต่กลไกการทำงาน ประเภทต่าง ๆ ความปลอดภัย ไปจนถึง Biostimulator ที่ได้รับความนิยม เช่น PLANITI และ Sculptra พร้อมคำแนะนำว่าคนแบบไหนเหมาะกับการใช้ เพื่อให้คุณเข้าใจและเลือกใช้ได้อย่างมั่นใจ

สารบัญ

เทรนหน้าเด็กที่น่าสนใจ 2026

เทรนหน้าเด็กปี 2026 มีแนวโน้มว่าจะเน้นงานผิวที่ดูสุขภาพดีจากภายใน ไม่ใช่แค่จากการบำรุงภายนอกเท่านั้น และการรุกรานผิวที่น้อยที่สุด อย่างเช่น หัตถการ Biostimulator, Thread Lift, Botox, Filler และ Skin booster เพื่อเติมเต็มคุณภาพผิว โดยเน้นความละมุนเป็นธรรมชาติเพื่อโชว์ผิวจริง มั่นใจมากขึ้นแม้หน้าสด มีดังนี้

เทรนด์การดูแลผิวและหัตถการ 2026

Biostimulator
คือสารฉีดที่กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติที่แพทย์ผิวหนังแนะนำ เพื่อฟื้นฟู และปรับปรุงโครงสร้างผิวให้แข็งแรงขึ้น ต่างจากฟิลเลอร์ที่เน้นการเติมเต็มทันที Biostimulator จะค่อย ๆกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ทำให้ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ และคงอยู่ได้ยาวนานกว่า เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวหย่อนคล้อย ริ้วรอย หรือต้องการเพิ่มความยืดหยุ่นของผิว

Thread Lift หัตถการร้อยไหม
เป็นการใช้ไหมละลายสอดเข้าไปใต้ชั้นผิวหนังเพื่อยกกระชับ และจัดเรียงเนื้อเยื่อให้ใบหน้าดูเรียวขึ้น ช่วยแก้ปัญหาผิวหย่อนคล้อย เช่น แก้มตก และยังกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอิลาสติน ทำให้ผิวแน่น ฟู และอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ โปรแกรมนี้มีหลายแบบขึ้นอยู่กับชนิดของไหม เช่น ไหม PDO (กระตุ้นคอลลาเจน) และไหมเงี่ยง (ยกกระชับ) ซึ่งมีคุณสมบัติและระยะเวลาการคงทนต่างกัน

Botox ลดริ้วรอย
การฉีดสาร Botulinum toxin A เพื่อลดเลือนริ้วรอยที่เกิดจากการแสดงสีหน้า โดยจะออกฤทธิ์คลายการทำงานของกล้ามเนื้อ ทำให้ริ้วรอยดูตื้นขึ้น และป้องกันการเกิดริ้วรอยในอนาคต วิธีนี้เป็นที่นิยมใช้กับริ้วรอยบริเวณหน้าผาก หว่างคิ้ว หางตา และใต้ตา

Filler เติมเต็มร่องลึก
ฟิลเลอร์ (Filler) สำหรับเติมเต็มร่องลึก คือ การฉีดสารเติมเต็ม โดยเฉพาะ ไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) เข้าไปในบริเวณที่ยุบตัว เช่น ร่องแก้ม ร่องน้ำหมาก ใต้ตา ขมับ ริมฝีปาก เพื่อทดแทนคอลลาเจนที่หายไป ทำให้ร่องลึกดูตื้นขึ้น ผิวหน้าดูเรียบเนียน อิ่มฟู และอ่อนเยาว์ขึ้น โดยฟิลเลอร์แต่ละยี่ห้อมีเนื้อสัมผัสต่างกัน เหมาะกับปัญหาแต่ละจุด และผลลัพธ์อยู่ได้นานแล้วค่อย ๆ สลายไปเอง

Skin Boosters สารเพิ่มความชุ่มชื้น
นวัตกรรม Skin booster งานผิวที่เน้นเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว “ฉ่ำวาว” ดูสุขภาพดีจากภายในอย่างเป็นธรรมชาติ ก็จัดว่ากำลังเป็นที่นิยม ด้วยความให้ผลลัพธ์ยาวนาน ปลอดภัย และไม่ต้องพักฟื้น และฉีดแล้วไม่ได้เพิ่มปริมาตร (Volume) แต่เน้นฟื้นฟูคุณภาพผิวโดยรวม เช่น ผิวเรียบเนียนขึ้น รูขุมขนกระชับ ลดริ้วรอยเล็ก ๆ เหมาะกับทุกสภาพผิว โดยเฉพาะผิวแห้ง ขาดน้ำ

Biostimulator คืออะไร? ทำไมมาแรงในปี 2026

Biostimulator คือ สารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่ฉีดเข้าใต้ผิวหนัง เพื่อให้ร่างกายผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินเองตามธรรมชาติ ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง กระชับเต่งตึง ลดริ้วรอย ลดหลุมสิว และดูอ่อนเยาว์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ ผลลัพธ์ยาวนาน 1-2 ปี ที่กำลังมาแรงในปี 2026 ก็เพราะตอบโจทย์การฟื้นฟูผิวที่ต้องการผลลัพธ์ยาวนาน ไม่ต้องพึ่งศัลยกรรม เน้นความเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยสูง

กลไกการทำงาน

หลังจากที่ฉีดสาร Biostimulator เข้าใต้ชั้นผิว สารเหล่านี้จะตรงเข้ากระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (fibroblast) ให้ผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะคอลลาเจนชนิดที่ 1 และ 3 ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อความยืดหยุ่นและความยกกระชับของผิว หลังจากนั้นสาร Biostimulator จะค่อย ๆ สลายตัวและถูกกำจัดออกจากร่างกาย คงเหลือไว้แค่เพียงคอลลาเจนและอีลาสตินที่ร่างกายสร้างขึ้นมาใหม่ ผิวจะแข็งแรง ยืดหยุ่น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ เริ่มเห็นผลความเปลี่ยนแปลงภายใน 1 เดือน และชัดเจนเต็มที่เมื่อครบ 3 เดือน โดยสามารถคงผลลัพธ์ได้นาน 1-2 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของ biostimulator และสภาพผิวของแต่ละบุคคล

กลไกการทำงาน biostimulator

ประเภทของ Biostimulator

Biostimulator หรือสารกระตุ้นคอลลาเจนมีหลายประเภทหลัก ๆ แบ่งตามส่วนประกอบสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิว ได้แก่ PLLA, PDLLA, PCL, PDO และ CaHA ซึ่งแต่ละชนิดมีคุณสมบัติเด่นในการแก้ปัญหาผิวอย่าง การยกกระชับ เติมเต็มริ้วรอย ฟื้นฟูผิวหย่อนคล้อย หรือลดหลุมสิว 

ประเภทหลักของ Biostimulator

  • PLLA (Poly-L-Lactic Acid) กระตุ้นคอลลาเจนตามธรรมชาติของร่างกายได้ระยะยาว ให้ผลยกกระชับและผิวแข็งแรงขึ้น อยู่ได้นาน 2 ปี
  • PDLLA (Poly-D,L-Lactic Acid) ผสมผสาน PDLLA (Poly D,L-Lactic Acid) และ Hyaluronic Acid (HA) ในตัวเดียวกัน ช่วยฟื้นฟูผิว ลดริ้วรอย และหลุมสิว อยู่ได้นาน 12-18 เดือน
  • PCL (Polycaprolactone) หรือไหมน้ำ ที่เป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ เน้นกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ช่วยให้ผิวแน่นกระชับ เรียบเนียน ลดริ้วรอย อยู่ได้นาน 1 ปี
  • PDO (Polydioxanone) ใช้ในรูปแบบไหมละลาย ช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้แข็งแรง ลดเลือนริ้วรอย และปรับผิวให้ดูเรียบเนียน ให้ผลลัพธ์นาน 6-8 เดือน
  • CaHA (Calcium Hydroxylapatite) ช่วยยกกระชับและเติมเต็มริ้วรอยด้วยแร่ธาตุคล้ายกระดูกมนุษย์ อยู่ได้นาน 12-18 เดือน

Biostimulator ต่างจากฟิลเลอร์อย่างไร?

Biostimulator ต่างจาก Filler ตรงที่ Biostimulator ทำหน้าที่ “กระตุ้น” ให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนด้วยตัวเอง เพื่อฟื้นฟูผิวให้แน่นและกระชับจากภายในในระยะยาว ในขณะที่ ฟิลเลอร์ (Filler) ทำหน้าที่ “เติมเต็ม” ปริมาตรที่สูญเสียไปอย่างทันที เพื่อแก้ไขปัญหาความหย่อนคล้อยหรือร่องลึกได้อย่างชัดเจน 

Biostimulator ต่างจากฟิลเลอร์ (Filler) อย่างไร?

ทำไม Biostimulator กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้นๆ สำหรับการดูแลผิว

Biostimulator กลายเป็นตัวเลือกอันดับต้น ๆ สำหรับการดูแลผิวเพราะสามารถกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ได้อย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ผิวดูอ่อนเยาว์และแข็งแรงขึ้นจากภายในอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นหัตถการที่ไม่รุกราน ไม่ต้องผ่าตัด และให้ผลลัพธ์ที่เป็นธรรมชาติ โดยไม่มีความเสี่ยงจากการใช้สารเติมเต็มปริมาณที่มากเกินไป 

เหตุผลที่ Biostimulator เป็นที่นิยม

  1. ผลลัพธ์ระยะยาว Biostimulator กระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินของตัวเอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่ให้ผลลัพธ์ยาวนานกว่าการเติมสารเพียงอย่างเดียวและคงอยู่ได้นานหลายปี
  2. ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน นอกจากจะช่วยลดริ้วรอยแล้ว ยังเป็นการปรับปรุงคุณภาพผิวโดยรวมให้แข็งแรง ยืดหยุ่น และชุ่มชื้นขึ้น
  3. ปลอดภัยและสลายได้เอง สารที่ใช้ใน Biostimulator ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล และจะถูกย่อยสลายและขับออกจากร่างกายตามธรรมชาติอย่างปลอดภัย
  4. ไม่ต้องผ่าตัดและพักฟื้นนาน เป็นวิธีการฉีดที่ไม่ต้องผ่าตัดใหญ่ จึงสามารถกลับไปทำกิจวัตรประจำวันได้ทันทีหลังการรักษา
  5. ผลลัพธ์ดูเป็นธรรมชาติ Biostimulator ช่วยให้ผิวค่อย ๆ ฟื้นฟู ทำให้การเปลี่ยนแปลงดูเป็นธรรมชาติ และไม่ทำให้ใบหน้าดูผิดรูปหรือบวมเกินความจำเป็น
  6. เหมาะกับปัญหาผิวที่หลากหลาย สามารถใช้ได้กับหลายบริเวณของใบหน้าและร่างกาย และแพทย์สามารถเลือกประเภทของ Biostimulator ให้เหมาะสมกับปัญหาและความต้องการของแต่ละบุคคลได้

ความปลอดภัยและสิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจ

สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจทำ

  1. การตอบสนองไม่ใช่ทันที Biostimulator ทำงานโดยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างคอลลาเจนขึ้นเองตามธรรมชาติ ผลลัพธ์จะค่อย ๆ เห็นผลชัดเจนขึ้นในช่วง 1-2 เดือน
  2. ความเสี่ยงจากเทคนิค การทำโดยแพทย์ผู้ชำนาญจะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดผลข้างเคียง เช่น การเกิดก้อนใต้ผิว
  3. ผลิตภัณฑ์ที่ปลอดภัย เลือกผลิตภัณฑ์ที่มีเครื่องหมาย อย. และตรวจสอบจากคลินิกที่ได้มาตรฐาน 

การเตรียมตัวก่อนทำ

  • ปรึกษาแพทย์ แจ้งประวัติสุขภาพ โรคประจำตัว และยาที่รับประทานเป็นประจำ
  • งดอาหารเสริมและยา หลีกเลี่ยงยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ เช่น แอสไพริน ไอบูโพรเฟน และวิตามินบางชนิด เช่น วิตามินอี โสม น้ำมันปลา ใบบัวบก อย่างน้อย 1 สัปดาห์
  • งดแอลกอฮอล์และบุหรี่ งดดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่อย่างน้อย 1-3 วันก่อนทำ
  • งดหัตถการอื่น งดทำหัตถการบนใบหน้า เช่น การผลัดเซลล์ผิว สครับผิว อย่างน้อย 2-4 สัปดาห์ก่อนทำ

หลังทำและสิ่งที่ควรทำ

  • การดูแลตามคำแนะนำ นวดบริเวณที่ฉีดตามคำแนะนำของแพทย์ โดยเฉพาะในเคสของ PLLA Biostimulator เพื่อช่วยให้สารกระจายตัวได้ดี
  • การรักษาต่อเนื่อง โดยทั่วไปแนะนำให้ทำ 3 ครั้ง ห่างกัน 1 เดือน และอาจต้องทำซ้ำ 1.5 ปีครั้ง เพื่อคงสภาพการรักษา

กลุ่มที่ไม่ควรทำ

  • ผู้ที่กำลังตั้งครรภ์หรือให้นมบุตร
  • ผู้ที่มีโรคประจำตัวที่เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน เช่น โรคแพ้ภูมิตัวเอง (SLE)
  • ผู้ที่มีโรคทางระบบประสาทสัมผัสไม่ดี โรคเริม หรือมีประวัติเป็นคีลอยด์
  • ผู้ที่ติดเชื้อหรือมีอาการอักเสบที่ผิวหนังในบริเวณที่ต้องการทำ
  • ผู้ที่มีภาวะเลือดออกผิดปกติ หรือใช้ยาที่ส่งผลต่อเกล็ดเลือด
  • ผู้ที่มีประวัติที่แพ้สารประกอบในผลิตภัณฑ์

Biostimulator เหมาะกับใครในปี 2026

Biostimulator เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวจากอายุที่มากขึ้น เช่น ริ้วรอย ผิวหย่อนคล้อยขาดวอลลุ่ม ผิวขาดความยืดหยุ่น และผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวให้กระจ่างใสขึ้น ลดปัญหารูขุมขนกว้าง หลุมสิว หรือผิวหน้าตอบ โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 25 ปีขึ้นไป ที่การผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติลดลง Biostimulator จะช่วยกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวดูเรียบเนียน กระชับ และสุขภาพดีขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและยาวนาน 

Biostimulator เหมาะกับใครในปี 2026

Biostimulator ที่ได้รับความนิยมในปี 2026

  1. PLANITI
    Biostimulator ใหม่ล่าสุด จากเกาหลีที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการเรื่องผิว ช่วยกระตุ้นสร้างคอลลาเจนได้นานถึง 2 ปี ด้วยส่วนประกอบสำคัญอย่าง PLLA(Poly-L-Lactic Acid) ซึ่งช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายในสู่ภายนอก ทำให้ผิวที่หย่อนคล้อยกลับมากระชับ เต่งตึง พร้อมเผยผิวหน้าที่อ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ความงามในปี 2026
  2. Sculptra
    คืออนุภาคของสาร Poly-L-Lactic Acid ซึ่งถือเป็นสารกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนตามธรรมชาติตัวแรกของโลก มีคุณสมบัติในการกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิว ทดแทนคอลลาเจนที่สูญเสียไปเมื่ออายุมากขึ้น ช่วยให้ผิวกระชับ อิ่มฟู ยืดหยุ่น ฟื้นฟูผิวจากโครงสร้างผิวชั้นลึก ทำให้ผิวแข็งแรงจากภายใน คืนความอ่อนเยาว์ให้ผิวอย่างเป็นธรรมชาติ
  3. Radiesse
    เป็นสารกระตุ้นการผลิตคอลลาเจน ที่มีส่วนประกอบหลัก คือไมโครสเฟียร์ของแคลเซียมไฮดรอกซีแอพาไทต์ (Calcium Hydroxylapatite : CaHA) เป็นสารที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติในร่างกายจะพบได้ในเนื้อเยื่อกระดูกและฟัน เติมเต็มริ้วรอยและเพิ่มวอลลุ่ม ยกกระชับ เพิ่มความคมชัดของสันกราม สามารถเข้ากันได้ดีกับร่างกาย ไม่เกิดการกระตุ้นภูมิคุ้มกันและให้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน
  4. Juvelook
    คือสารกระตุ้นคอลลาเจน Hybrid Biostimulator ที่มีส่วนผสมทั้ง PDLLA (Poly D,L-Lactic Acid) และ HA ในตัวเดียวกัน โดยอนุภาค PDLLA ใน Juvelook ช่วยกระตุ้นคอลลาเจนให้หน้าเด้งผิวฉ่ำเงา เพิ่มวอลลุ่มให้กับผิวอย่างเป็นธรรมชาติผสานกับอนุภาคของ HA ช่วยเติมเต็มผิว เติมร่องลึก เติมใต้ตา เบลอริ้วรอย ฟื้นฟูหลุมสิว เบลอรูขุมขน ช่วยให้ผิวเงาใสยาวนานถึง 12-18 เดือน เมื่อฉีดต่อเนื่อง 
  5. Gouri
    คือสารกระตุ้นคอลลาเจนใต้ผิว(Collagen Stimulator) ส่วนประกอบหลักจะเป็นสาร PCL (Polycaprolactone) ซึ่งเป็นสารเดียวกับไหมละลายที่ใช้ดึงหน้า แต่จะมาในรูปแบบของเหลว (Fully Liquid) ที่มีคุณสมบัติเด่นในการช่วยฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพตามวัยให้กลับมามีคุณภาพดี ผิวแน่น กระชับ ยืดหยุ่น แข็งแรง ดูอ่อนเยาว์

PLANITI คืออะไร?

หนึ่งในนวัตกรรมที่กำลังได้รับความสนใจอย่างมากในวงการความงาม ก็คือ Planiti Collagen Hybrid Biostimulator PLLA ตัวใหม่จากเกาหลี ที่ช่วยฟื้นฟูผิวจากภายใน เติมเต็มความกระชับ ลดเลือนริ้วรอยร่องลึก เผยผิวเรียบเนียน อ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ

จุดเด่นของ PLANITI

คือนวัตกรรมใหม่จากเกาหลีใต้ ในกลุ่ม Collagen Biostimulator โดยใช้ PLLA (Poly‑L‑Lactic Acid) ที่ผสาน 2 อนุภาคเข้าด้วยกัน จึงถูกนิยามว่าเป็น Collagen Hybrid Biostimulator” ที่ไม่เพียงแต่กระตุ้นคอลลาเจนได้ดีเท่านั้น แต่ยังกระจายตัวยาได้ดี ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดก้อน สามารถย่อยสลายได้เองตามธรรมชาติของร่างกาย (Biodegradable) โดยไม่ทิ้งสารตกค้าง และยังให้ผลลัพธ์ในการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนได้นาน สูงสุดถึง 2 ปี โดยมีจุดเด่นหลักดังนี้

  1. ผสมอนุภาค 2 แบบ ในขวดเดียว
    • Spherical particle กระจายตัวได้ง่ายกว่า ครอบคลุมพื้นที่รักษาได้กว้าง
    • Irregular particle ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการกระตุ้นคอลลาเจน
  2. ใช้ได้หลากหลายส่วนของใบหน้า ขมับ ร่องแก้ม ร่องมุมปาก กรอบหน้า แก้มตอบ
  3. คอลลาเจนใหม่ เริ่มสร้างภายใน 1–2 เดือน
  4. ผลลัพธ์ชัดเจนขึ้นใน 2-3 เดือน และอยู่ได้นานถึง 24 เดือน
  5. ผิวแน่น ยกกระชับ ชุ่มชื้นขึ้น ฟื้นฟูคุณภาพผิวจากภายใน
  6. ปลอดภัย ผ่านการรองรับจาก อย.ไทย, CE, KFDA, ISO

ทำไมถึงเรียกว่า Collagen Hybrid Biostimulator
Hybrid Biostimulator คือการรวมข้อดีของอนุภาค Irregular particle และ Spherical particle ไว้ในผลิตภัณฑ์เดียวกัน ช่วยให้การกระตุ้นคอลลาเจน มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เน้นความปลอดภัยในระยะยาว และลดโอกาสในการเกิดผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์

สรุป

Biostimulator จัดว่าเป็นเทรนด์ความงามที่มาแรงที่สุดในปี 2026 อย่าง Planiti Collagen Hybrid Biostimulator PLLA ซึ่งเป็นการผสานเทคโนโลยีจากอนุภาค 2 รูปแบบ เข้าด้วยกัน ลดผลข้างเคียงได้มากกว่าแบรนด์อื่น ๆ ไม่เพียงช่วยให้ผิวดูดีขึ้นทันที แต่ฟื้นฟูโครงสร้างผิวจากภายใน กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนได้อย่างปลอดภัยในระยะยาว ทำให้ผิวแน่น กระชับ แข็งแรง แลดูอ่อนเยาว์อย่างเป็นธรรมชาติ


สนใจโปรแกรม PLANITI สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ได้ที่ 061-5325495 หรือ กด @Line ด้านล่างได้เลยค่ะ

ค้นหาคลินิกที่ใช้ผลิตภัณฑ์

เรื่องล่าสุด
เชื่อว่าใบหน้าที่มีความอ่อนเยาว์ หน้าเด็ก เป็นใบหน้าในฝันของใครหลาย ๆ คน แม้ว่าอายุจะเพิ่มมากขึ้นทุกปี บทความนี้จะพาคุณไปทำความรู้จักกับวิธีทำให้หน้าเด็ก รหัสลับที่จะพาคุณย้อนวัย คืนความสดใสให้กับผิวหน้า รวบรวมเคล็ดลับหน้าเด็กทั้งแบบทั่วไปและหัตถการทางการแพทย์มาฝาก ถ้าพร้อมแล้วไปเริ่มกันเลย…..
ปัญหา “หน้าโทรม หมองคล้ำ” เป็นหนึ่งในปัญหาผิวที่หลายคนเผชิญในยุคที่การพักผ่อนน้อย ความเครียด และมลภาวะกลายเป็นเรื่องใกล้ตัวมากขึ้น ผิวที่ดูอ่อนล้า ไม่สดใส หรือดูเหนื่อยตลอดเวลา อาจสะท้อนทั้งสุขภาพภายในและการดูแลผิวภายนอกที่ยังไม่ถูกจุด บทความนี้จะพาคุณทำความเข้าใจว่าหน้าโทรมจริง ๆ…..
เมื่ออายุเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนแปลงของผิวพรรณ ริ้วรอย และความหย่อนคล้อยของใบหน้าก็เริ่มเป็นปัญหาที่หนักใจของคนอายุ 35+ แต่การดูแลผิวหน้าให้อ่อนเยาว์ ไม่ใช่เรื่องไกลตัวอีกต่อไป เพราะปัจจุบันมีหลากหลายทางเลือก ทั้งแบบธรรมชาติ และหัตถการที่ไม่ต้องผ่าตัด บทความนี้จะมาช่วยหาทางเลือกหัตถการการดูแลผิวในอายุ 35+…..

Related Article

Planiti และ Exosome เป็นหัตถการฟื้นฟูผิวล้ำลึกที่กำลังได้รับความนิยม แต่หลายคนอาจยังไม่แน่ใจว่า ทั้งสองต่างกันอย่างไร และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับผิวตัวเอง

บทความนี้จะพาคุณสรุปข้อแตกต่าง จุดเด่น และวิธีเลือกให้ตรงกับปัญหาผิวของคุณที่สุด

…..
ต้องยอมรับเลยว่าเทรนด์การฉีด Collagen Biostimulator ในปีนี้ยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่อง ด้วยคุณสมบัติที่ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวได้อย่างเห็นผล พร้อมฟื้นฟูผิวที่เสื่อมสภาพ ให้กลับมาเต่งตึง แน่น กระชับ ผิวหน้าดูเด็กลงอย่างที่หลายคนต้องการ สำหรับใครที่อยากเจาะลึก Collagen…..
ในยุคที่เทคโนโลยีความงามก้าวล้ำไปอย่างรวดเร็ว “PLAN INFINITY” กลายเป็นหนึ่งในโปรแกรมที่ได้รับความสนใจจากคลินิกและผู้ที่ต้องการฟื้นฟูผิวอย่างล้ำลึก แต่สิ่งที่ทำให้ “PLAN INFINITY” แตกต่างและโดดเด่นกว่า Biostimulator ตัวอื่น ๆ คืออะไร?…..