ไหมภูเขา คืออะไร ทำไมถึงกลายเป็นกระแส
ไหมภูเขา คือไหม K2 PLUS Carving Cog ชนิด PDO (PDO Thread lift) จากเกาหลีที่มีการพัฒนานวัตกรรมของเส้นไหมให้มีลักษณะเฉพาะตัวของ K2 PLUS เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมทุกปัญหาความหย่อนคล้อย สอดคล้องกับแรงบันดาลใจจาก ภูเขา K2 สัญลักษณ์แห่งความท้าทาย ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ที่มุ่งมั่นก้าวสู่จุดสูงสุดของนวัตกรรมยกกระชับ K2 PLUS จึงไม่ใช่แค่ผลิตภัณฑ์ แต่คือเครื่องมือสำหรับแพทย์ในการ พิชิตปัญหาความหย่อนคล้อยที่ท้าทายที่สุด ได้อย่างมั่นใจ
ทำไมไหมภูเขาถึงเป็นกระแส
ในปัจจุบันผู้บริโภคหันมาเลือกหัตถการแบบไม่ต้องผ่าตัดมากขึ้น จนกลายเป็นหนึ่งในหัตถการยอดนิยมติดอันดับ TOP 5 ที่ได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง และยังให้ความสำคัญกับ นวัตกรรม ความปลอดภัย และมาตรฐานระดับสากล ควบคู่ไปกับฝีมือของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
ไหม K2 PLUS ถูกออกแบบมาให้มีประสิทธิภาพที่สูงสุด ครอบคลุมทุกปัญหาผิวหย่อนคล้อย และความปลอดภัย พร้อมทั้งมีเทคนิคเฉพาะตัวของทางผลิตภัณฑ์เอง ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ไหมภูเขา K2 PLUS จึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดความงามยุคใหม่ได้ และไหมภูเขากลายเป็นตัวเลือกที่แพทย์ไว้วางใจ และผู้รับบริการรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจเลือก
ทำไมคนยุคใหม่ ถึงเลือกไหมภูเขา
ในตลาดความงาม หัตถการแบบไม่ผ่าตัดก็เติบโตและท้าทายไม่แพ้กัน ตลาดกำลังขยายฐานเข้าสู่ Gen Z และผู้ชายมากขึ้น หลายคนมองหาการดูแลผิวหน้าโดยไม่ต้องผ่าตัด เพื่อเสริมความมั่นใจ ต้องการผลลัพธ์ที่ดูเป็นธรรมชาติ เห็นผลลัพธ์ชัดเจนทันที และยังคงความเป็นตัวเองอยู่
หัตถการการร้อยไหมจึงได้รับความนิยมมากขึ้นในกลุ่มคนรุ่นใหม่ ขณะที่ผู้บริโภคเริ่มมองหาผลิตภัณฑ์ที่ ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลก ควบคู่ไปกับเทคนิคเฉพาะตัวของ K2 PLUS จึงเข้ามาเป็นคำตอบสำคัญ ด้วยการออกแบบที่รองรับการยกกระชับอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเส้นไหมที่มีเงี่ยงหนา ใหญ่ สามารถรับน้ำหนักได้ดี เก็บทุกปัญหาความหย่อนคล้อย พร้อมกระตุ้นคอลลาเจนได้ยาวนาน
ไหมภูเขาเหมาะกับใครบ้าง?

- ปัญหาแก้มหย่อนคล้อยมาก ร่องแก้มลึก
- ปัญหาหน้าไม่ได้รูปต้องการปรับสัดส่วนรูปหน้า
- ปัญหาหน้าตอบแก้มห้อยย้อย
- ผู้ที่ต้องการปรับรูปหน้าเรียวยกกระชับผิว โดยไม่ต้องผ่าตัด
- ผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยบริเวณเหนียง
- ผู้ที่ต้องการเห็นผลลัพธ์ในการยกกระชับทันที
- ต้องการร้อยยกหางตามีปัญหาหนังตกตก คิ้วตก
ผลลัพธ์ที่คาดว่าจะได้
หลังทำการร้อยไหมสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำ อาจมีอาการบวมช้ำได้บ้าง แต่จะหายได้เองในช่วง 7-14 วัน และเห็นผลลัพธ์ได้ชัดเจนมากขึ้นในช่วง 1 เดือน

ข้อดี และข้อจำกัดของการร้อยไหม
ข้อดี
- การร้อยไหมสามารถเห็นผลลัพธ์ได้ทันทีหลังทำหัตถการ
- หลังจากทำหัตถการไม่ต้องพักฟื้น สามารถใช้ชีวิตประจำวันได้เลย
- มีความปลอดภัย เนื่องจากเป็นไหมละลาย 100% ไม่ทำให้เกิดการตกค้างในร่างกาย
- หลังจากร้อยไหมแล้วไหมจะสามารถกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิว ทำให้ผิวเกิดการกระชับยิ่งขึ้น ช่วยประคองให้ผิวตกได้ช้าลง
- ร้อยไหมสามารถช่วยลดริ้วรอยในบางจุดได้ เช่น ริ้วรอยบริเวณมุมปาก หางตา เป็นต้น
- ร้อยไหมสามารถช่วยแก้ไขแก้มตอบ ในกรณีที่แก้มตอบแต่มีกระเปาะแก้มล่าง สามารถย้ายไขมันขึ้นไปเติมเต็มส่วนที่หายไปได้
ข้อจำกัด
- หากมีไขมันหรือเนื้อแก้มบริเวณใบหน้าเยอะมาก ควรสลายไขมันก่อน
- การร้อยไหมเป็นหัตถการที่ไม่สามารถคงผลลัพธ์ได้ถาวร หลังทำหัตถการควรดูแลตามคำแนะนำของแพทย์อย่างถูกต้องเพื่อประสิทธิภาพที่ยาวนานขึ้น
- หลังทำการร้อยไหมอาจมีอาการบวม ช้ำ ได้แต่สามารถหายได้เองภายในระยะเวลา 7-14 วัน
- การร้อยไหมไม่สามารถแทนการเติมเต็มของฟิลเลอร์ในบางบริเวณได้
สรุป
ไหมภูเขา K2 PLUS มีพัฒนานวัตกรรมของเส้นไหมให้มีลักษณะเฉพาะตัวของ K2 PLUS เพื่อการใช้งานที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ครอบคลุมทุกปัญหาความหย่อนคล้อย ตอบโจทย์ทั้งประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความน่าเชื่อถือ ผ่านการรับรองมาตรฐานระดับโลก ไม่ว่าจะเป็น Thai FDA, KFDA, CE Marked, ISO: 13485, GMP, FDA 510(K) ควบคู่ไปกับเทคนิคเฉพาะตัว
ไหมภูเขา K2 PLUS จึงเป็นนวัตกรรมที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดความงามยุคใหม่ได้ และไหมภูเขากลายเป็นตัวเลือกที่แพทย์ไว้วางใจ และผู้บริโภคจึงรู้สึกมั่นใจในการตัดสินใจเลือก
