Biostimulator คืออะไร?
สารสังเคราะห์ทางชีวภาพที่มีฤทธิ์กระตุ้นให้เกิดการตอบสนองของเซลล์หรือเนื้อเยื่อภายในร่างกายซึ่งมีการนำมาประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ด้านความงาม เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่ (Collagen Biostimulator) ใต้ชั้นผิวทดแทนคอลลาเจนเก่าที่สูญเสียไป ทำให้ผิวกลับมาแน่นกระชับ ยืดหยุ่นและสุขภาพผิวแข็งแรงเหมือนวัยเยาว์ ซึ่งสารกลุ่มนี้สามารถสลายตัวได้เองจนหมด และสารในกลุ่มนี้ปัจจุบันก็ได้รับการรับรองในด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพจากทั้งองค์การอาหารและยาของอเมริกา (FDA) และไทย (THFDA)
กลไกการทำงานของ Collagen Biostimulator
Collagen Biostimulator จะทำหน้าที่เหมือนเป็นตัวกระตุ้นทางชีวภาพ (Biostimulator) ให้กับร่างกายมีการส่งสัญญาณไปถึงเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) ให้เกิดการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินใหม่อย่างต่อเนื่องตามชนิดของสารที่ถูกฉีดเข้าสู่ร่างกาย ขั้นตอนดังนี้

1. ขั้นตอนกระตุ้นเซลล์ผิว
ฉีดสารกลุ่ม Collagen Biostimulator เช่น PLLA, PDLLA, PDO, PCL หรือ CaHA ลงไปในชั้นผิวเพื่อให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ไฟโบรบลาสต์ (Fibroblast) สร้างคอลลาเขน และอีลาสตินใหม่
2. ขั้นตอนการสร้างคอลลาเจน และอีลาสตินตามกระบวนการธรรมชาติ
เมื่อเซลล์ไฟโบรบลาสต์ถูกกระตุ้นจากสารกลุ่ม Collagen biostimulator แล้วจะเกิดการสร้างคอลลาเจนชนิดที่ 1, คอลลาเจนชนิดที่ 3 และ อีลาสติน ที่มีบทบาทสำคัญในการช่วยพยุงชั้นผิวให้เกิดความเรียบเนียน เพิ่มความยืดหยุ่น และช่วยกระชับผิวให้เต่งตึง
3. ขั้นตอนการปรับปรุงโครงสร้างผิวในระยะยาว
หลังจากที่มีการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินใหม่ขึ้นมาใหม่โครงสร้างผิวจะมีความแข็งแรงมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจะปรากฏให้เห็นได้ถึงภายนอก ทั้งรอยเหี่ยวย่น รอยหลุมสิว ลดลงรวมถึงผิวจะมีความยืดหยุ่นและเต่งตึงมากขึ้นในระยะยาวเพราะ Collagen biostimulator จะยังคงคอยช่วยกระตุ้นให้เกิดกระบวนทั้ง 3 นี้วนไปเรื่อย ๆ จนกว่าสลายไปเองตามธรรมชาติ
หลุมสิวและริ้วรอยร่องลึก เกิดขึ้นได้อย่างไร?
หลุมสิว

หลุมสิว ถือเป็นภาวะแทรกซ้อนที่ไม่พึงประสงค์หลังจากการอักเสบของสิวอย่างรุนแรง ที่ส่งผลทำให้โครงสร้างใต้ชั้นผิว และคอลลาเจนถูกทำลาย จนไม่สามารถสร้างเนื้อเยื่อขึ้นมาทดแทนในบริเวณที่สูญเสียไปได้ เกิดเป็นรอยบุ๋ม หรือรอยหลุมบนผิวหนังที่มีความรุนแรง และความลึกแตกต่างกันออกไปตามระดับความรุนแรงของสิวที่เป็น ซึ่งหลุมสิวมักจะไม่สามารถหายได้เอง จึงถือเป็นปัญหาที่ส่งผลถาวรต่อผิว
ริ้วรอยร่องลึก

ริ้วรอยร่องลึก บริเวณใบหน้ามักเกิดได้จากหลากหลายสาเหตุ เช่น อายุที่เพิ่มมากขึ้น การแสดงออกที่สีหน้าที่มากเกินไป การสูบบุหรี่ ภาวะเครียด การพักผ่อนไม่เพียง หรือแม้กระทั่งปัจจัยทางพันธุกรรมของแต่ละบุคคล ที่ส่งผลให้เกิดการสูญเสียคอลลาเจนใต้ชั้นผิวอย่างสะสมมาเป็นระยะยาว จนเกิดเป็นรอบคลื่นที่เห็นชัดขึ้นบริเวณผิวหนัง
Collagen Biostimulator แก้ปัญหาหลุมสิว ริ้วรอยร่องลึก ได้อย่างไร?
พื้นฐานในการแก้ปัญหาหลุมสิว และปัญหาริ้วรอยร่องลึกจะเหมือนกันตรงที่มุ้งเน้นไปในเรื่องของการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวให้คืนกลับมา ทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียน สม่ำเสมอ และยืดหยุ่นดังเดิม แต่ในกรณีของหลุมสิวที่มีพังผืดใต้ชั้นผิวมาดึงรั้งใต้หลุมสิว อาจจะต้องมีการตัดเนื้อเยื่อพังผืด (Subcision) ร่วมด้วยก่อนที่จะเติมสารกลุ่ม Biostimulator เข้าไปเพื่อเติมเต็ม
Collagen Biostimulator กับระยะเวลาที่เห็นผล?
Biostimulator จะเข้าไปกระตุ้นให้เกิดการสร้างคอลลาเจนใหม่เองตามธรรมชาติซึ่งกระบวนการปกติจะใช้เวลาในการสร้างคอลลาเจนอยู่ที่ประมาณ 28 วัน จะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนแต่ถ้าอยากได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด แนะนำให้รับการรักษา 2-3 ครั้งห่างกัน 1 เดือนจะได้ผลลัพธ์ที่ยาวนาน 2 ปี

ข้อดีและข้อจำกัดของ Collagen Biostimulator
ข้อดีที่ได้รับจากสารกลุ่ม Collagen biostimulator หลัก ๆ ก็คือการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้ก็ผิวที่เสื่อมโทรมตามกาลเวลาและการใช้ผิวของเราจึงได้ผลลัพธ์ ดังนี้
- ได้รับคอลลาเจนที่เกิดจากกระบวนการสร้างตามธรรมชาติของร่างกายเราเองจึงมีความปลอดภัย
- ลดเลือนริ้วรอยขนาดเล็ก และรอยเหี่ยวย่น
- เติมเต็มรอยหลุมสิว ให้เรียบเนียน
- กระชับใบหน้าให้สันกรามคมชัด
- ผิวกลับมามีสุขภาพที่ดี มีความแน่น และยืดหยุ่นของผิวที่มากขึ้นในระยะยาว
ข้อจำกัดของสารกลุ่ม Collagen biostimulator มีดังนี้
- ผลลัพธ์จะไม่เห็นชัดเจนในทันที แต่จะได้ในเรื่องของการเติมเต็มมาก่อน
- ผลลัพธ์ไม่ได้อยู่ถาวร (อยู่ได้ประมาณ 2 ปี) อาจจะต้องมีการมาฉีดซ้ำ
- แพทย์ที่ทำการฉีดต้องมีประสบการณ์และทักษะในการฉีด
- ไม่เหมาะกับผู้ที่มีโรคประจำตัวภาวะเลือดออกผิดปกติ, โรคแพ้ภูมิตัวเอง, โรคทางระบบประสาท
- ผู้ที่อยู่ในภาวะตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- ผู้ที่มีภาวะแพ้สารต่าง ๆ ที่ใช้ในการทำหัตถการ
ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นและวิธีป้องกัน
Collagen biostimulator อาจเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอาการแบบชั่วคราวได้บ้าง ดังนี้
- อาการบวม แดง ช้ำ จากเข็ม แต่สามารถหายเองได้ภายใน 3-4 วัน ใช้การประคบเย็นช่วยลดอาการบวม
- อาการระคายเคืองหรือคันเล็กน้อยบริเวณที่มีการ ฉีดอาจเกิดจากปฏิกิริยาใต้ชั้นผิวที่มีต่อสารที่ฉีด มักไม่รุนแรง และจะลดลงใน 2-3 วัน
- รอยนูน หรือก้อนเล็ก ๆ บริเวณที่ฉีด เกิดจากสารที่ฉีดเข้าไป สามารถใช้วิธีการนวดเบา ๆ ช่วยให้ลดอาการบวมลงได้
แต่ถ้ามีอาการแสบร้อน ผื่นแดง บวมมากขึ้น รู้สึกเจ็บปวด หรือเกิดตุ่มนูนใต้ผิว แนะนำให้พบแพทย์ทันที เพื่อรักษาอย่างเหมาะสม
สรุป
สารกลุ่ม Biostimulator ที่ทางวงการแพทย์ด้านความงามนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดการกระตุ้นสร้างคอลลาเจนใต้ชั้นผิวตามกระบวนการตามธรรมชาติของร่างกาย หรือที่รู้จักกันดีว่า Collagen Biostimulator สามารถนำมาแก้ปัญหาหลุมสิว และริ้วรอยร่องลึก ที่เกิดจากการสูญเสียคอลลาเจนได้อย่างตรงจุด ซึ่งสารกลุ่มนี้มีความปลอดภัยสูง และสามารถสลายได้เองตามธรรมชาติ แต่การใช้งานก็ต้องอาศัยความสามารถของแพทย์ที่มีความชำนาญ และผลิตภัณฑ์ที่น่าเชื่อที่ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาอย่างถูกต้อง
