เหนียงคืออะไร?
เหนียง หรือคางสองชั้น (Double Chin) คือไขมันที่สะสมส่วนเกิน และมีการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้าง ผิวหนังเกิดความหย่อนคล้อยบริเวณใต้คางและลำคอส่วนบน โดยมีลักษณะเป็นก้อนเนื้อนิ่ม ๆ ห้อยออกมา ทำให้ดูเป็นคางสองชั้น เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของพันธุกรรม อายุ หรือ พฤติกรรมการใช้ชีวิต
เหนียงเกิดจากอะไร?
ปัจจัยที่ทำให้เกิดเหนียง หรือคางสองชั้น มีดังนี้
- พันธุกรรมและโครงสร้างใบหน้า
ใบหน้าเอื้อต่อการเกิดเหนียง เช่น คางสั้น กรามสั้น ทำให้เห็นกรามหน้าไม่ชัดเจน คางดูห้อยย้อยแม้น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติหรือการสะสมไขมันไม่มาก - อายุที่เพิ่มมากขึ้น
เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นร่างกายจะเกิดการผลิตคอลลาเจนและอีลาสตินที่ลดน้อยลง ทำให้ผิวสูญเสียความยืดหยุ่น ไขมันเคลื่อนตัวลงตามแรงโน้มถ่วง เกิดความหย่อนคล้อยลงมาทำให้เกิดคางสองชั้นได้ - พฤติกรรมการใช้ชิวิต
หลายคนมีพฤติกรรมที่ทำให้เกิดคางสองชั้นโดยไม่รู้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการก้มเล่นโทรศัพท์มือถือ ก้มทำงานเป็นเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้อบริเวณคออ่อนแรง และหย่อนคล้อยลงมาได้ รวมถึงการรับประทานอาหารไขมันเยอะ ไม่ออกกำลังกายก็ทำให้เกิดไขมันสะสมบริเวณใต้คางเช่นกัน - การอ่อนแรงหรือแยกตัวของกล้ามเนื้อคอที่เรียกว่า Platysma
กล้ามเนื้อคอ Platysma ที่คอยพยุงโครงสร้างของใบหน้าและลำคอ เกิดความเสื่อมทำให้เกิดการคลายตัวแยกออกจากกัน ส่งผลให้ผิวหนังบริเวณลำคอไม่ตึง ห้อยย้อยลงมาจนเกิดเหนียง
ไขมันใต้คางกับความหย่อนคล้อย ต่างกันอย่างไร

อายุมีผลต่อการเกิดเหนียงจริงหรือไม่
เหนียง ไม่ได้เกิดจากการสะสมของไขมัน หรือน้ำหนักตัวที่เพิ่มขึ้นเพียงอย่างเดียว อายุยังมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงบริเวณใต้คาง ทั้งในด้านไขมัน ผิวหนัง และโครสร้างใบหน้า เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้น ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงของการกระจายตัวของไขมัน ทำให้บางบริเวณเกิดการสะสมของไขมันได้ง่ายขึ้น ในขณะเดียวกัน โครงสร้างผิวหนังที่มีการพยุงตัวด้วยคอลลาเจนและอีลาสติน เมื่ออายุเพิ่มมากขึ้นกลไกในการผลิตคอลลาเจนตามธรรมชาติลดลง ส่งผลให้เกิดความหย่อนคล้อยของผิวหนังตามช่วงวัย ทำให้ผิวหนังบริเวณใต้คางห้อยลงมา จึงทำให้เกิดเหนียง หรือคางสองชั้นได้ และมักจะเริ่มปัญหาอย่างชัดเจนในช่วงอายุ 40+
พฤติกรรมในชีวิตประจำวันที่ทำให้เหนียงชัดขึ้น
หลาย ๆ คนอาจยังไม่รู้ว่าพฤติกรรมการใช้ชีวิตบางอย่างส่งผลทำให้เกิดเหนียงได้ชัดขึ้น โดยปัจจัยที่พบ มีดังนี้
- การก้มหน้าเล่นโทรศัพท์มือถือหรือนั่งทำงานหน้าคอมพิวเตอร์เป็นเวลานาน ส่งผลให้กล้ามเนื้ออ่อนแรง และเกิดการหย่อนคล้อย รอยพับของผิวหนังบริเวณคอได้
- การรับประทานอาหารไขมันเยอะ อาหารจำพวกของมัน ทอด ของหวาน น้ำอัดลม และอาหารที่มีแคลลอรี่สูง
- ไม่ออกกำลังกาย หรือขยับร่างกาย ส่งผลให้ร่างกายเผาผลาญพลังงานได้น้อย ไขมันไม่ถูกนำไปใช้และเกิดการสะสมเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
- นอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการฟื้นฟูดูแล ส่งผลให้ร่างกายเกิดความเครียด กระบวนการเผาผลาญในร่างกายทำงานได้น้อยลง ไม่มีประสิทธิภาพ
- นั่งเท้าคางเป็นประจำ ส่งผลบริเวณลำคอเกิดความเหี่ยวย่น รอยพับชัดเจนขึ้น
วิธีดูแลและลดเหนียงด้วยตัวเอง
- ออกกำลังกาย เพื่อเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน รวมทั้งออกกำลังกายบริเวณคอ เช่น การโยคะ เพื่อให้กล้ามเนื้อบริเวณคอแข็งแรง และได้รูปทรงมากขึ้น
- การควบคุมอาหาร หลีกเลี่ยงอาหารประเภทของทอด ของหวาน น้ำอัดลม และอาหารที่มีไขมันหรือแคลอรี่สูง ที่อาจนำไปสู่การสะสมของไขมันส่วนเกิน
- หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่ทำให้เกิดเหนียง เช่น การก้มเล่นโทรศัพท์เป็นเวลานาน นั่งก้มหน้าทำงาน และการนั่งเท้าคาง พยายามเคลื่อนไหวร่างกายเพื่อให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย
- พักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นฟูและปรับสมดุลฮอร์โมน ร่างกายเกิดการเผาผลาญได้ดีขึ้น มีประสิทธิภาพมากขึ้น ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการสะสมของไขมันลดน้อยลง

แนวทางการรักษาเหนียงด้วยหัตถการในปัจจุบัน
ปัจจุบัน หัตถการด้านความงามได้มีการพัฒนาเทคโนโลยีที่สามารถช่วยให้การดูแลปัญหาไขมันส่วนเกินหรือการปรับรูปทรงบริเวณเหนียง หรือใต้คางให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงอย่างเร่งด่วน ภายใต้การประเมินและดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญ โดยมีโปรแกรมการรักษา ดังนี้
- โปรแกรมเมโสแฟต เป็นวิธีการสลายไขมันเฉพาะจุดที่มีการสะสมของไขมัน เห็นผลลัพธ์ภายใน 1-3 วัน โดยตัวยาจะเข้าไปทำลายเซลล์ไขมันแล้วเกิดการขับออกเป็นของเสียในร่างกาย เช่นเหงื่อ ปัสสาวะ อื่น ๆ
- โปรแกรมร้อยไหม เป็นการใช้ไหมละลายใส่เข้าใต้ชั้นผิวบริเวณคางสองชั้น เพื่อยกกระชับผิวที่เกิดความหย่อนคล้อย เห็นผลลัพธ์ทันทีหลังทำ แต่ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีไขมันสะสมมาก
- โปรแกรมดูดไขมัน เป็นการดูดไขมันบริเวณแก้มและเหนียง เห็นผลลัพธ์ทันที แต่หลังทำหัตถการอาจมีอาการบวม และต้องใช้เวลาในการพักฟื้น
- โปรแกรมเครื่องยกกระชับ การใช้คลื่นพลังงานหลากหลายรูปแบบ เช่น คลื่นอัลตราซาวนด์ คลื่นวิทยุ และเทคโนโลยีลดไขมันด้วยความเย็น เพื่อส่งพลังงานลงสู่ผิวในระดับชั้นลึก พลังงานเหล่านี้ออกฤทธิ์ต่อเนื้อเยื่อไขมันและชั้นผิว ทำให้เกิดการหดตัวของไขมันและผิวหนัง ส่งผลให้ผิวดูยกกระชับขึ้น พร้อมทั้งช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินตามธรรมชาติของร่างกาย ผลลัพธ์และความเหมาะสมขึ้นอยู่กับชนิดพลังงาน ระดับความหย่อนคล้อย และการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
สรุป
เหนียงใต้คางหรือคางสองชั้น เกิดจากหลายปัจจัยไม่ว่าจะเป็นการสะสมของไขมันส่วนเกิน อายุ โครงสร้างผิวหนัง และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนั้นการควบคุมอาหาร ดูแลสุขภาพ และออกกำลังกาย จึงสามารถช่วยลดเหนียงได้ ในขณะเดียวกันยังมีการลดด้วยวิธีอื่น ๆ เพื่อเสริมให้ผลลัพธ์ชัดเจน และเพิ่มความมั่นใจให้กับตนเองได้มากขึ้น เช่น การทำหัตถการความงามร่วมด้วย ทั้งนี้ควรได้รับคำปรึกษาจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญและสถานพยาบาลที่ได้รับมาตรฐาน

