InnoK2 Lifting เผยกรอบหน้าชัด พร้อมปรับรูปหน้า

ทางเลือกใหม่ ในการยกกระชับใบหน้า โดยไม่ต้องผ่าตัด

INNO K2 LIFTING
            จากข้อจำกัดในอดีตของการยกกระชับผิวหน้า ทำได้เพียงการผ่าตัด ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและใช้เวลาพักฟื้นนาน จึงไม่ได้รับความนิยมจวบจนกระทั่งเทคโนโลยีแห่งการย้อนวัยผิวถูกพัฒนาขึ้นอย่างมากจนได้มาซึ่งวิธีที่เรียกว่าการร้อยไหมที่ช่วยใบหน้าตึงกระชับปรับรูปหน้าเรียวพร้อมฟื้นฟูเซลล์ผิวเผยผิวใหม่เปล่งปลั่งแลดูอ่อนวัยด้วยเทคนิคนี้จึงย่นระยะเวลาจากแรมปีเหลือเพียง 30 นาทีสำหรับความเปลี่ยนแปลงที่หวังผลได้อย่างชัดเจน

            ประสิทธิภาพของไหมสู่ศาสตร์ความงามย้อนวัย

            ปัจจุบันแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านความงามได้นำไหมที่เย็บบาดแผลมาประยุกต์ใช้เพื่อช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าที่ไม่กระชับหย่อนคล้อยให้กลับมากระชับเต่งตึงเข้ารูป กระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ส่งผลให้เกิดการสร้างคลอลาเจนรอบๆ เส้นไหม ซึ่งทิศทางการร้อยไหมที่ถักทอผสานกันเป็นร่างแห ช่วยทำให้เกิดแรงตึงแรงยกกระชับในชั้นผิวหนัง

            หมดยุค...แห่งการรอคอยสู่ผลลัพธ์สัมผัสได้ใน 30 นาที

            รูปแบบของเส้นไหม
            แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านการร้อยไหมจากทั่วโลก ต่างค้นคว้าเทคนิคการร้อยไหมแบบใหม่ ด้วยการพัฒนาคุณสมบัติของเส้นไหม ที่ดีขึ้นกว่าเดิม ให้ผลลัพธ์ยาวนานจาก 6 เดือน – 5 ปี โดยขึ้นกับประเภทของไหมที่นำมาใช้ โดยมีรูปแบบ ดังนี้

            Mono  Spiral
            ไหม Mono เป็นไหมเรียบไม่มีเงี่ยงถูกนำมาใช้ในเรื่องยกกระชับผิวคงรูปหน้าและลำตัวได้ตามที่ต้องการซึ่งส่วนใหญ่จะนำมาใช้ในเรื่องการเติมเต็มผิวในระดับหนึ่งและฟื้นฟูผิวให้ดูกระจ่างใส
            Screw
            ไหม Screw หรือไหมสปริงตัวไหมได้มีการบิดขึ้นรูปให้เป็นเกลียวมีลักษณะคล้ายกับสปริงที่ช่วยเพิ่มความเติมเต็มให้ผิวมากยิ่งขึ้นทำให้บริเวณร่องแก้มและรอยย่นหน้าผากดูตื้นขึ้นและใบหน้าดูอิ่มเอิบ
            ไหม Cone หรือไหมกรวยเป็นไหมที่มีกรวยร้อยอยู่เป็นช่วงๆโดยที่กรวยเป็นส่วนตรึงรั้งชั้นผิวไว้แต่อาจพบปัญหาว่ากรวยนั้นอาจละลายไม่หมดทำให้สามารถคลำเจอและอาจมองเห็นจากภายนอกว่าใบหน้ามีลักษณะตะปุ่มตะป่ำไม่เรียบเนียน
            Cog or Barb
            ไหม Cog หรือ ไหม Barbเป็นไหม่ที่มีเงี่ยงเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการยึดเกาะและดึงรั้งผิวหนังได้ดี ซึ่งส่วนใหญ่นิยมใช้ไหมเส้นใหญ่มีเงี่ยงรอบทิศทางจึงทำสามรถบังคับทิศทางของการปรับรูปหน้าได้ตามที่ต้องการ เเละให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนยิ่งขึ้น

ประวัติการใช้งานไหมในมนุษย์
            กว่า 5,000ปี ในยุคอียิปต์โบราณ (ภาพมัมมี่) ปรากฏหลักฐานจากมัมมี่
            กว่า 2,500ปี ในอินเดีย ยุคแรกเริ่มที่มีการใช้ไหมเพื่อเย็บบาดแผลโดยใช้ลำไส้สัตว์ตากแห้งของแกะ หรือวัวมาทำเป็นเส้นไหมซึ่งถือเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่นำ   มาใช้เพื่อร้อยเย็บปิดแผล ในยุคแรกเริ่มสืบเนื่องจนมาถึงปีค.ศ. 1930
            ปี ค.ศ. 1930 ศัลยแพทย์ตกแต่งใช้ไหมเป็นวัสดุหลักเพื่อร้อยปิดแผลผ่าตัด
            ปี ค.ศ. 1938  ริเริ่มใช้ ไนลอน (Nyron) เป็นวัสดุทดแทน ซึ่งยังไม่สามารถย่อยสลายได้
            ปี ค.ศ. 1960 ถูกพัฒนาจนพบวัสดุที่ย่อยสลายได้เองอย่าง PGA (Polyglycolic Acid)

คุณสมบัติของไหมไม่ละลาย
พ.ศ.2550
ไหม (Polypropylene)หรือ ไหมแอปทอส (Aptos) เป็นไหมที่ไม่ย่อยสลายในร่างกายมนุษย์แต่เมื่ออายุมากขึ้นผิวเราจะบางลง เงี่ยงของไหมอาจมีโอกาสทะลุผิวหนัง
ไหมทองคำ (Gold Tread) มีทองคำเป็นองค์ประกอบค่าใช้จ่ายจึงสูงมาก และไม่เหมาะกับผู้แพ้โลหะ การร้อยไหมทองคำ คือต้องหลีกเลี่ยงการสัมผัสความร้อน ดูแลอย่างพิถีพิถัน

คุณสมบัติของไหมละลาย

Present
2nd Genไหม PGA (Polyglycolic Acid)แต่เนื่องจากไหมชนิดนี้มีรูพรุนมากทำให้เกิดการติดเชื้อได้ง่ายและละลายหายไปอย่างเร็วภายใน 3 เดือน

3rd Genไหม PDO (Polydioxanone) ปลอดภัยต่อผู้ใช้ ถูกนำมาใช้บนใบหน้า เพื่อกระตุ้นการสร้างเส้นใยคลอลาเจน ทำให้เกิดการยกกระชับยาวนานโดยไม่ก่ออันตราย   ข้างเคียงสลายภายใน 6 เดือน
4th Genไหม PLLA (Poly L-Lactic acid) ไหมชนิดนี้เมื่อย่อยสลายแล้วจะได้อนุพันธุ์ของ Lactic Acid เส้นไหมชนิดนี้มีความเหนียวทนทานต่อแรงดึง ระยะย่อยสลาย นาน 2 ปี
5th Genไหม PCL (Polycaprolactone) มีลักษณะคล้ายยาง ยืดหยุ่นได้ดี มีอุณหภูมิหลอมที่ต่ำ ระยะย่อยสลายนาน 2 – 3 ปี


copyright TOTOP GROUP CO.,Ltd / INNOVATION BEAUTY