Anti-Aging ศาสตร์ชะลอวัย เทรนด์ใหม่ของคนใส่ใจสุขภาพและผิวพรรณ

ถ้าไม่อยากแก่ต้องรู้จักกันแล้วหละ เมื่อพูดถึงคำว่า Anti-Aging หรือการชะลอวัย หลายๆท่านคงจะนึกถึงเรื่องความสวยๆงามๆ โดยเฉพาะเรื่องริ้วรอยบนใบหน้า หรือความหย่อนคล้อยของผิวหนัง ทำให้นึกว่าเป็นการลดอายุ หรือป้องกันไม่ให้แก่โดยการใช้เครื่องมือหรือยาต่างๆในการดูแลผิวพรรณ แต่จริงๆแล้ว Anti-Aging Medicine หรือเวชศาสตร์ชะลอวัยนั้น ไม่ใช่เพียงเกี่ยวกับเรื่องความสวยงามภายนอกเท่านั้น แต่ยังเป็นการดูแลรักษาสุขภาพจากภายในแบบองค์รวม โดยมุ่งเน้นให้มีสุขภาพดีลงไปถึงระดับของเซลล์ภายในร่างกาย  เรียกได้ว่า แข็งแรงสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอกเลย โดยเมื่อเซลล์ในร่างกายเราสมบูรณ์แข็งแรงแล้ว เรื่องหน้าตาผิวพรรณก็จะต้องมีความสวยเปล่งปลั่งตามมาแน่นอน

                                                                               

อาหารเป็นยา (Take Your Food as Medicine)

เป็นการเน้นเกี่ยวกับเรื่องรับประทานอาหาร โดยควรหลีกเลี่ยงน้ำตาล ผลิตภัณฑ์นม เนย ชา กาแฟ น้ำอัดลม แอลกอฮอล์ อาหารฟาสต์ฟู้ดต่างๆ เช่น พิซซ่า ของทอด แฮมเบอร์เกอร์ เนื้อแดง และควรรับประทานอาหารที่หลากหลาย ไม่ควรรับประมานอาหารซ้ำๆ และชนิดเดียวกันทุกวัน 


                                                                               

ฮอร์โมน (Hormones)

มีความสำคัญในการควบคุมการทำงานของระบบในร่างกาย เมื่อแรกเกิดฮอร์โมนและเซลล์ต่างๆอยู่ในระดับสูงทั้งปริมาณ ประสิทธิภาพและคุณภาพ เทียบง่ายๆเด็กๆผิวพรรณตึง สดใส เป็นแผลอะไรก็หายง่าย แต่เมื่ออายุมากไป เป็นแผลอะไรก็หายยาก ริ้วรอย จุดด่างดำมากขึ้น เหนื่อยง่าย ไม่มีพลังเหมือนแต่ก่อน เป็นหวัดบ่อย ความจำไม่ดี ส่วนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเปลี่ยนแปลงข้างต้น ก็คือ ฮอร์โมน    

เมื่ออายุมากขึ้น การทำงานของเซลล์ต่างๆลดลง รวมถึงการสร้างและผลิตฮอร์โมนด้วย สังเกตจากกราฟ ฮอร์โมนลดลงตามอายุที่เพิ่มมากขึ้น ช่วงอายุ 35 ปีค่อยๆลดลง จนเมื่อช่วงอายุ 40-50 ปี การเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนลดลงอย่างชัดเจน

ในทางกลับกันหากสามารถเข้าใจและเรียนรู้หน้าที่ของฮอร์โมนเพื่อช่วยปรับให้ฮอร์โมนสามารถอยู่ในระดับที่ดีเพิ่มขึ้น สุขภาพภายในก็จะแข็งแรงย้อนวัยได้ตามลำดับ  ถึงแม้ว่าจะย้อนกลับไปเป็นแบบหนุ่มสาวเท่าตอนวัยรุ่นเลยไม่ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์ แต่ฟื้นฟูชะลอวัยให้กลับมามีประสิทธิภาพ ในการคิด การทำงาน สมดุลการออกกำลังได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ถือเป็นการตอบโจทย์การใช้ชีวิตด้วยสุขภาพที่ดีแล้ว


                                                                               

สารต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant)

อนุมูลอิสระคือตัวการสำคัญหนึ่งที่ทำให้คนเรา “แก่” ซึ่งเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ เช่น รังสี UV แสงแดด บุหรี่ ความร้อน ความเครียด อาหารพวกไขมัน เช่น Transfat การรับประทานแป้ง น้ำตาล แอลกอฮอล์ การอักเสบติดเชื้อในร่างกายล้วนเป็นตัวเร่งให้ร่างกายมีการผลิตสารอนุมูลอิสระเพิ่มขึ้น สารอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นจะเป็นตัวทำลายส่วนต่างๆของร่างกายทำให้เกิดความเสื่อม และก่อให้เกิดโรคต่างๆ เช่น โรคหัวใจ โรคมะเร็ง อัลไซเมอร์ เบาหวาน เป็นต้น โดยปกติเมื่อร่างกายเกิดการสร้างสารอนุมูลอิสระ ร่างกายก็สามารถสร้างสารต้านอนุมูลอิสระได้เช่นกัน แต่เมื่อคนเรามีอายุมากขึ้น ความสามารถของร่างกายในการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระเพื่อไปจับกับสารอนุมูลอิสระจะลดลง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จำต้องเสริมสารต้านอนุมูลอิสระให้กับร่างกายเพื่อไปจับกับอนุมูลอิสระ และทำให้การทำลายเซลล์ของร่างกายลดลง ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้ก็คือจะช่วยชะลอความชราลงได้

 

                                                                               

สเต็มเซลล์ (Stem Cell)
หรือเรียก ว่าเซลล์ต้นกำเนิด หรือ เซลล์บำบัด คือ เซลล์อ่อนที่พร้อมแบ่งตัวเองขึ้นมาใหม่ ซึ่งมีศักยภาพที่จะพัฒนาไปเป็นเซลล์ชนิดต่างๆ ของร่างกาย เพื่อทำหน้าที่อย่างใดอย่างหนึ่งในร่างกายของมนุษย์ โดยเซลล์ต้นกำเนิดแต่ละเซลล์จะพัฒนาเป็นเซลล์ที่ทำหน้าที่จำเพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง ตัวอย่างเช่น เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์สมอง เซลล์ผิวหนัง เป็นต้น เมื่อเซลล์เหล่านี้ตายหรือเสื่อมลงไปจะไม่มีเซลล์ใหม่มาทดแทนหรือไม่สามารถซ่อมแซมให้กลับมาเหมือนเดิมได้ แต่ในร่างกายของมนุษย์ยังมีเซลล์อีกชนิดที่สามารถเติบโต และพัฒนาทดแทนเซลล์เหล่านี้ได้ หรือเรียกว่า สเต็มเซลล์ 


                                                                               

วิตามิน (Vitamin)

ตามทฤษฎีของ Anti-aging เมื่อมีอายุมากขึ้นร่างกายจะไม่สามารถกำจัดสารอนุมูลอิสระได้ดีเท่าที่ควร และเมื่อมีสารอนุมูลอิสระในร่างกายสูงขึ้นก็จะไปทำลายเซลล์ต่างๆ ซึ่งจะทำให้เซลล์เสื่อมลงได้ง่าย และทำให้เกิดโรคต่างๆ ตามมานั่นเอง เพราะฉะนั้นร่างกายเราควรมีวิตามินและแร่ธาตุที่มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระได้ ซึ่งวิตามินที่สำคัญ ก็มักจะประกอบไปด้วย วิตามินซี วิตามินเอ วิตามินอี สารจำพวก Carotenoid เช่น แอลฟาแคโรทีน และ สารจำพวก flavonoid เช่น Soy isoflavone และอื่นๆอีกมากมาย ซึ่งเทคโนโลยี Anti-aging สามารถตรวจเช็คได้ว่าเหล่านั้นมีปริมาณเท่าใด และควรเสริมชนิดไหนเข้าไปในร่างกาย เราสามารถตรวจเช็ควิตามินและแร่ธาตุได้ถ้ามีการขาดไปจะได้มีการทดแทนอย่างถูกต้องและเหมาะสมโดยการดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เพื่อสุขภาพที่แข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


copyright TOTOP GROUP CO.,Ltd / INNOVATION BEAUTY