การฉีดไขมัน หรือ ฟิลเลอร์ วิธีไหนดีกว่ากัน?

ฟิลเลอร์(Filler) VS เติมไขมัน(Fat Grafting)

                                                                               


ฟิลเลอร์ (Filler) คือ สารที่ใช้เพื่อเติมเต็ม ลดเลือนริ้วรอย ลดร่องแก้ม ลดร่องใต้ตา ปรับรูปหน้า และยังเป็นการเติมใยคอลลาเจน ทำให้ใบหน้าดูเต่งตึงมีน้ำมีนวล ดูมีมิติมากขึ้นด้วย ปัจจุบันได้มีการพัฒนาสารตัวใหม่ขึ้นมา นั่นคือ Hyaluronic Acid (HA Filler) ซึ่งสามารถย่อยสลายเองได้ตามธรรมชาติในช่วง 6 เดือน – 2 ปี  มีความเข้ากันกับคอลลาเจนผิวหนัง เราได้อย่างดี และโอกาสในการเกิดการแพ้ต่ำ

การเติมไขมัน (Fat Grafting) คือการดูดไขมันในร่างกายของเราจากจุดหนึ่งไปเติมอีกจุดหนึ่ง ส่วนใหญ่จะดูดจากจุดที่มีไขมันส่วนเกิน เช่นบริเวณหน้าท้อง ต้นแขนขา ซึ่งในไขมันของเราจะมีสเต็มเซลล์อยู่ สามารถช่วยฟื้นฟูเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ ทำให้ผิวสุขภาพดีและช่วยทำให้ผิวแข็งแรงมากยิ่งขึ้น จึงทำให้ผิวดูสุขภาพดีมากขึ้น และยังลดเลือนริ้วรอย รอยเหี่ยวย่นที่หน้าผาก ใต้ตา หางตา ร่องแก้ม หรือเติมแก้มตอบทำให้ดูมีมิติขึ้น


                                                                               

ฟิลเลอร์ (Filler) 

ข้อดี
• ได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ เพราะสามารถควบคุมปริมาณและทิศทางของสารเติมเต็มได้
• เห็นผลทันที ผลลัพธ์สามารถอยู่ได้นาน (โดยเฉลี่ย 6-24 เดือน ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย)
• ฟิลเลอร์ (
Filler) จะไม่สลายหายไปทันทีเหมือนเซลล์ไขมัน
• เจ็บตัวน้อยกว่าการฉีดไขมัน
• ได้รับความนิยมมากกว่าการฉีดไขมัน

ข้อเสีย
• อย่างไรก็ตาม ฟิลเลอร์ (
Filler) ก็ได้ชื่อว่าเป็นสารเติมเต็มที่ไม่ใช่ธรรมชาติ 100% ทำให้ต้องดูแลอย่างดีเพื่อไม่ให้ใบหน้าเกิดพังผืด

• ฟิลเลอร์ของแท้จะต้องมีระยะเวลาในการสลายไปตามธรรมชาติ แต่หากใช้ฟิลเลอร์ของปลอมไม่ได้มาตรฐาน หรือใช้สารเหลวอื่นที่ไม่ใช่ฟิลเลอร์จะไม่ย่อยสลายและตกค้างในร่างกาย

•อาจอุดตันในเส้นเลือดได้


                                                                               

เติมไขมัน(Fat Grafting) 

ข้อดี
• ได้ทั้งกำจัดไขมันส่วนเกิน และได้เติมเต็มจุดบกพร่องอื่นที่ต้องการ
• ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้เพราะเป็นการใช้ไขมันจากร่างกายของเราเอง มักจะไม่ค่อยมีปฏิกิริยาใดๆกับคนไข้ และไม่มีการต่อต้านใดๆกับร่างกาย

• สามารถฉีดได้ในปริมาณมากเกินกว่า 10 มิลลิลิตรต่อครั้ง

ข้อเสีย
• เจ็บตัวหลายครั้งเพราะต้องดูดไขมันจากจุดใดจุดหนึ่งออก แล้วค่อยนำไปฉีดส่วนที่ต้องการ

• ใช้เงินสูงเพราะกระบวนการนี้ต้องอาศัยเครื่องมือเฉพาะทางในการดูดเซลล์ไขมันที่ยังมีชีวิต
• ส่วนใหญ่ต้องกลับมาเติมซ้ำอีก 1-3 ครั้ง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ยาวนาน (ขึ้นกับปริมาณไขมันที่สลายตัว แตกต่างกันตามบุคคล)

• ภายหลังการฉีดไขมันจะมีอาการบวมอยู่นานกว่าการฉีดฟิลเลอร์ เนื่องจากต้องใช้ปริมาณไขมันมากกว่าในการฉีดเพราะเมื่อไขมันยุบเข้าที่แล้วจะเหลือจริงๆ เพียง 30% 

• ไม่สามารถทำได้ในคนที่ผอมมากๆและไม่มีไขมัน

 


copyright TOTOP GROUP CO.,Ltd / INNOVATION BEAUTY