"ฝ้า" ใครว่าแก้ยาก

ปัญหาฝ้า รักษาให้จางได้

เรื่อง "ฝ้า" ใครว่าแก้ยาก?  รวมเทคนิคทำเองได้ง่ายๆที่บ้านหากใครมีปัญหายากเกินรับมือ

ในยุค Thailand 4.0 นี้อะไรๆก็สามารถเป็นไปได้ค่ะไม่เว้นแม้กระทั่งการรักษาฝ้าให้หาย เหลือไว้แต่หน้าใสๆวิ้งๆ

ปรึกษาคลินิกความงามเข้าถึงการรักษาวิธีใหม่ๆอย่างเห็นผล

"เพราะความสวย มาพร้อมโอกาสที่ดีเสมอ"

ฝ้าเกิดผิวสร้างผลิตเม็ดสีหรือที่รู้จักกันในชื่อของเมลานินที่มากเกินไปในบางบริเวณของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังบริเวณนั้นเกิดเป็นรอยสีน้ำตาลเข้มไปจนถึงเทา โดยมักจะเกิดขึ้นบริเวณที่โดนแดด ได้แก่ โหนกแก้ม เหนือริมฝีปาก หน้าผาก หรือคาง ซึ่งจะเกิดกับผู้หญิงในช่วงวัยกลางคนอายุ 20-50 ปี และพบได้บ่อยกว่าในผู้ชาย

                                                                               

- ฉีดเมโสรักษาฝ้า (Mesotherapy) เป็นการใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ เพื่อการกระจายตัวยาที่ใช้รักษากระลงสู่ชั้นเซลล์ที่มีปัญหา โดยจะฉีดลึกลงไปประมาณ 1-2 มม. ระยะห่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร เฉพาะบริเวณที่มีปัญหาฝ้า แต่ต้องทำการฉีดซ้ำทุก ๆ 1-2 อาทิตย์ ทำให้ฝ้าดูจางลง

ฉีดสเต็มเซล์ มีงานวิจัยชี้ว่าการฉีดสเต็มเซลล์ให้กับคนที่ต้องการรักษาผิวพรรณเพื่อย้อนวัยตัวเอง จะส่งผลทำให้ฝ้าลดลงตามไปด้วย เมื่อทำการทดลองกับคนที่ไม่ได้ต้องการย้อนวัย แต่ต้องการรักษาฝ้าเพียงอย่างเดียว ก็พบว่าสเต็มเซลล์ก็สามารถช่วยลดฝ้าได้จริง 


                                                                               

ไอออนโตฝ้า (Iontophoresis) เครื่องมือชนิดนี้อาศัยหลักการให้กำเนิดกระแสไฟฟ้าในระดับอ่อน ๆ มีผลช่วยผลักยาหรือวิตามินที่เราทาไว้บนผิวให้ซึมผ่านเข้าสู่ผิวหนังได้ดียิ่งขึ้น ทำให้ยาออกฤทธิ์ในการรักษาได้ดี โดยยาที่นิยมนำมาใช้จะอยู่ในรูปแบบของเจล อย่างเจลอาร์บูติน, เจลโคจิก, เจลวิตามินซี, เจลลิโคไลซ์ และทรานซามิคเจล การรักษาแบบนี้มีผลข้างเคียงน้อย แต่อาจมีอาการระคายเคืองได้บ้าง หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง รับรองได้เลยว่าฝ้าคุณต้องจางลงอย่างแน่นอน

เครื่องโฟโน (
Phonophoresis) ก็สามารถนำมาใช้ร่วมกับเจลเพื่อช่วยผลักยาเข้าสู่ผิวได้เช่นเดียวกับเครื่องไอออนโต ทำแล้วให้ความรู้สึกสบายกว่าการทำไอออนโต

 

กรอผิวด้วยเกล็ดอัญมณี (Microdermabrasion : MD) เพื่อช่วยเร่งการขจัดเซลล์ชั้นหนังกำพร้าให้หลุดเร็วขึ้น ก็สามารถช่วยลดรอยดำจากฝ้าได้ (เหมาะกับฝ้าแบบตื้น) แต่อาจทำให้ผิวเกิดการระคายเคืองได้บ้าง โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้ากำหนดระดับความแรงในการทำงานของเครื่องมือสูงเกินไป

IPL (Intense Pulsed Light) เครื่องประเภทนี้มีหลักการทำงานคล้ายเลเซอร์ (จึงถูกเรียกเหมารวมว่าเป็นเลเซอร์) นั่นก็คือเป็นการใช้แสงยิงลงไปที่ผิวให้เกิดความร้อน และความร้อนนั้นจะไปทำลายโปรตีนของเม็ดสีผิวหรือเมลานิน ทำให้ผิวดูกระจ่างใสขึ้น กระบวนการทำไม่มีความเจ็บปวดและไม่ต้องทายาชาเหมือนการทำเลเซอร์ทั่วไป หลังทำเสร็จอาจมีรอยแดงบ้างเล็กน้อย ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ และจะค่อย ๆ จางหายไป

กลุ่มเครื่อง Laser

เลเซอร์เมื่อเป็นฝ้าที่ดื้อต่อการรักษาด้วยยา หรือ เป็นการรักษาแบบผสมผสาน เช่น ฝ้าลึก ฝ้าผสม หรือฝ้าลึก ชนิดโฮริ(Nevus of HORI'S) การรักษาด้วยเลเซอร์ต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์อย่างมาก เพราะเป็นการใช้เพื่อทำลายเม็ดสีเมลานินและผลัดเซลล์ผิว ตัวอย่างเครื่องเลเซอร์ในปัจจุบัน คือPicosecond , Fraxel , Fractional Erbium, Fractional CO2, Q-swithed, Nd: YAG เป็นต้น

                                                                               

เลือกใช้ครีมบำรุง ที่มีส่วนผสมของสารที่ช่วยลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน เช่นAHA, วิตามินซี, อาร์บูติน (Arbutin), กรดโคจิก (Kojic) กรดวิตามินเอ (Tretinoin) กรดอาซิเลอิก (Azelaic acid) ใช้ทาบำรุงอยู่เป็นประจำก็สามารถทำให้ฝ้าจางลงและทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลานานหน่อยเท่านั้น และอย่าลืมทาครีมกันแดดปกป้องผิวหน้าจากแสงแดด เพราะแสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้รอยฝ้าเด่นชัดขึ้น 


                                                                               

- ฉีดเมโสรักษาฝ้า (Mesotherapy) เป็นการใช้เข็มเล็ก ๆ ฉีดตัวยาเข้าไปในชั้นผิวตื้น ๆ เพื่อการกระจายตัวยาที่ใช้รักษากระลงสู่ชั้นเซลล์ที่มีปัญหา โดยจะฉีดลึกลงไปประมาณ 1-2 มม. ระยะห่างกันไม่เกิน 1 เซนติเมตร เฉพาะบริเวณที่มีปัญหาฝ้า แต่ต้องทำการฉีดซ้ำทุก ๆ 1-2 อาทิตย์ ทำให้ฝ้าดูจางลง

ฉีดสเต็มเซล์ มีงานวิจัยชี้ว่าการฉีดสเต็มเซลล์ให้กับคนที่ต้องการรักษาผิวพรรณเพื่อย้อนวัยตัวเอง จะส่งผลทำให้ฝ้าลดลงตามไปด้วย เมื่อทำการทดลองกับคนที่ไม่ได้ต้องการย้อนวัย แต่ต้องการรักษาฝ้าเพียงอย่างเดียว ก็พบว่าสเต็มเซลล์ก็สามารถช่วยลดฝ้าได้จริง 

copyright TOTOP GROUP CO.,Ltd / INNOVATION BEAUTY